หน้าแรก การเมือง ที่ปรึกษา-เลข...

ที่ปรึกษา-เลขาปธ.สภา ยื่นปธ.กมธ.กม. สอบ ปมเยาวชนถูกดำเนินคดีแต่งกายชุดมลายู

10.01.24 | 13:02 น.

ที่ปรึกษา-เลขาปธ.สภา ยื่นปธ.กมธ.กม. สอบปมเยาวชนถูกดำเนินคดีแต่งกายชุดมลายู กมลศักดิ์รับลูกทันที จ่อเชิญผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูล

เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่รัฐสภา นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน รับยื่นหนังสือจาก นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบการดำเนินคดีต่อนักกิจกรรมในการจัดงานแต่งกายชุดมลายู (Melayu Raya 2022)


นายอารีเพ็ญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 65 ทางสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP) ได้จัดกิจกรรม MELAYU RAYA 2022 ณ หาดวาสุกรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยมี สโลแกนของงานคือ PEMUDA HARAPAN KEDAMAIAN หมายถึง เยาวชนคือความหวังแห่งสันติภาพ และมีวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมคือ เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ฟื้นฟูการแต่งกายตามวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น และเพื่อเปิดโอกาสให้กับกลุ่มเยาวชนในแต่ละพื้นที่ต่าง ๆ ได้มีพื้นที่สาธารณะในการแสดงออกผ่านการแต่งกายชุดมลายูถือเป็นการแต่งกายทางวัฒนธรรมในพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมและรณรงค์สร้างบรรยากาศหนุนเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนประมาณ 15,000 คน

นายอารีเพ็ญ กล่าวว่า แต่ปรากฏว่าได้มีการแจ้งความและดำเนินการสืบสวน สอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ โดยสถานีตำรวจภูธรสายบุรี เพื่อดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าว ในขณะเดียวกันทางผู้ร้องได้ดำเนินการร้องเรียนเพื่อให้ตรวจสอบถึงความโปร่งใสในการดำเนินคดีมายังคณะ กมธ. การทหาร สภาผู้แทนราษฎร และได้เชิญตัวแทนทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ประกอบด้วย ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรสายบุรี ตัวแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และตัวแทน กอ.รมน.ภาค 4 มาชี้แจงเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 65 อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงระยะเวลาหลังจากกิจกรรม MELAYU RAYA 2022 และก่อนที่จะมีการดำเนินกิจกรรม ทางผู้ร้องได้มีการพบปะ ชี้แจงและหารือกับตัวแทน กอ.รมน.ภาค 4 มาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง และ ได้รับการยืนยันมาโดยตลอดว่าสามารถดำเนินกิจกรรมลักษณะดังกล่าวได้

Advertisement

และต่อมาทราบว่ากระบวนการสืบสวนสอบสวนในสำนวนเดิมก่อนหน้านี้ ได้มีการสั่งงดการสอบสวนและยุติการดำเนินคดีเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอในการใช้สั่งฟ้องคดีจนกระทั่ง เมื่อเดือน ธ.ค. 66 และเดือน ม.ค. 67 ได้มีหมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ 1 จากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี จำนวน 9 คน ด้วยเหตุผลคือว่า “ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรหรือกระทำเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน อั้งยี่ ซ่องโจร” ดังนั้น จึงขอให้ประธานคณะ กมธ. เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพื่อสร้างความโปร่งใส ยุติธรรมและ ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

นายอารีเพ็ญ กล่าวว่า การมายื่นคำร้องต่อประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กรณีที่สถานีตำรวจภูธรสายบุรีได้ออกหมายเรียกกับนักกิจกรรมการแจ้งความดำเนินคดี เกี่ยวกับกรณีการปลุกระดม ในกรณีที่นักกิจกรรมได้แต่งกายชุดมลายู โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐละเมิดสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด ปัจจุบันมีนักกิจกรรม 9 คน ไปแสดงตนที่ใช้หาดสายบุรี จากนั้น ได้ถูกกองทัพดำเนินคดี จึงขอเรียกร้องให้ยุติเรื่องดังกล่าวเนื่องจากเป็นการขาดสิทธิชอบธรรมในการแต่งกาย

ด้านนายมุข กล่าวว่า การแต่งชุดมาลายู เหมือนกับตนเองที่มายื่นในหนังสือในวันนี้ นับว่าเป็นการแต่งกายแบบอิสลาม ซึ่งได้แต่งกายผ่านมาตั้งแต่ปี 62 แต่เพิ่งมีการออกหมายเรียกในตอนนี้

ด้านนายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณทั้ง2คนที่แสดงความเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าว และคณะกมธ.จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อไป