ดวงฤทธิ์ โต้เดือด 2 ส.ส.ก้าวไกล ฮึ่มผังเมืองเอื้อนายทุน ซัดจะวิจารณ์ต้องมีใบอนุญาต
จากกรณี ภาคประชาชน ได้นัดกันแถลงข่าว เครือข่ายภาคประชาชนคว่ำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ที่ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) โดยคัดค้านและไม่เห็นด้วยต่อรูปแบบการจัดการในกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำร่างผังเมืองรวมฯ ที่ได้จัดทำมา
โดย นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ได้เดินทางไปร่วมเวทีดังกล่าว โดยแสดงความเห็นว่าร่างผังเมืองใหม่ของกทม.นั้น เอื้อนายทุน ได้สีแดง ที่ดินเจ้าสัวพัฒนาได้มากกว่า โดยผู้มีอำนาจจริงไม่ได้เข้าร่วมฟัง ส่งแต่เสือกระดาษมานั่งในเวที
จนกระทั่งเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์อย่างมาก จากหลากหลายวงการ
ฟังเต็ม ส.ส.แบงค์ ศุภณัฐ เดือด !
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพ ก้าวไกล ร่วมแสดงความเห็นต่อร่างผังเมืองใหม่ กทม. ฟาดเดือด เอื้อแต่นายทุน ผู้มีอำนาจจริงไม่มาฟัง ส่งแต่เสือกระดาษมา#แบงค์ศุภณัฐ #ก้าวไกล #มติชนทีวี #MatichonTV pic.twitter.com/ynKxVqyeQR
— Matichon TV (@MatichonTV) January 6, 2024
โดย ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิก นักออกแบบดัง และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้ออกมารีโพสต์ความเห็นของประชาชน ในเรื่อง Floodway พร้อมแสดงความเห็นว่า
“เป็นกำลังใจให้นักผังเมือง ที่ทำงานอยู่ในวิชาชีพจริงๆ ทุกคนนะครับ
สถาปัตยกรรมผังเมือง เป็นวิชาชีพที่คนจะทำงานด้านนี้ได้ ต้องเรียนต้องสอบได้ใบอนุญาตมา ไม่ใช่ง่ายครับ การทำงานก็มีการตรวจสอบโดยสภาสถาปนิก จะมากล่าวหาสบประมาททางวิชาชีพว่าทำผังเอื้อนายทุนนี่ หมิ่นประมาทกันแรงไป
จริงๆ แล้วคนที่จะออกมาวิจารณ์เรื่องนี้ได้ ต้องได้ใบอนุญาตระดับวุฒิสถาปนิกขึ้นไปด้วยซ้ำ การทำตัวเสมือนว่ามีความรู้ แต่ไม่ได้เรียนมา วิจารณ์ให้วิชาชีพเขาเสียหาย ผมก็ว่าไม่แฟร์ครับ”
ทำให้มีคนแคปโพสต์ดังกล่าว ออกไปวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย เนื่องจากนายดวงฤทธิ์ไม่เปิดให้คอมเมนต์โพสต์ดังกล่าว

ทั้งยังระบุด้วยว่า “และข้อกำหนดที่ว่างบนที่ดินสำหรับที่อยู่อาศัย (OSR: Open Space Ratio) ไม่ใช่ 15% เป็นค่าคงที่นะครับ จะแปรเปลี่ยนตามผังสี และประเภทอาคาร มีตั้งแต่ 4.5% ไปจนถึง 30% และถ้าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องขอ EIA อาจจะต้องทำให้ถึง 50% (นายทุนลำบากกว่าด้วยซ้ำ)
รายละเอียดเรื่องนี้มันซับซ้อนมากนะครับ การให้ข้อมูลแบบหยาบและไม่ถูกต้อง เป็นการทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเรื่อง OSR นั้น ต้องระมัดระวังมากๆ ยิ่งคนพูดเป็น ส.ส. ต้องไม่รีบพูดไปผิดๆ ประชาชนเขาฟัง จะเอาไปพูดต่อผิดๆ อีก”

ในเรื่องนี้ ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ก็ได้ออกมาโต้ในประเด็นดังกล่าว โดยว่า
“เนื้อหาก็วิจารณ์กันได้เต็มที่ตามความเห็นของแต่ละคน
แต่กรณีนี้น่าจะสับสนครับ นักผังเมือง (urban planner) กับสถาปนิกผังเมือง (urban designer) คนละอันกัน
ปัจจุบัน urban planner ยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพอย่างเป็นทางการ และอันที่จริงไม่มีใบก็มีสิทธิแสดงความเห็นในฐานะพลเมือง
นักผังเมือง – วางแผนระดับนโยบาย วางผังภาพใหญ่ ผังเมืองรวมก็ใช้นักผังเมืองวาง
สถาปนิกผังเมือง – ออกแบบเมือง สเกลเล็กกว่า เช่น ทางเท้าหน้าตายังไง ออกแบบย่าน
แน่นอน ทั้งสองบทบาทช่วยกันทำในโครงการวางผังเมือง แต่การบอกว่าต้องมีใบถึงวิจารณ์ได้ ไม่ถูกครับ
แต่ละโครงการจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาร่วมทำงานด้วยครับ ซึ่งรวมถึงด้านเศรษฐศาสตร์และด้านสิ่งแวดล้อม แต่ด้านอสังหาริมทรัพย์ไม่มีนะครับ จะมีที่ใกล้เคียงกันก็ด้านประชากรและที่อยู่อาศัย ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ก็จะมีอาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นหลักครับ”
ขณะที่ นายดวงฤทธิ์ก็ได้โต้กลับว่า “Urban Planner เป็นนักผังเมืองที่ทำงานระดับนโยบาย แต่ไม่ได้ออกแบบผัง ถูกต้องครับ
แต่คนที่ทำผังเมืองระดับ ผังเมือง กทม. ต้องมีสถาปนิกผังเมือง ที่ได้ใบอนุญาต ร่วมทำงานกับ Urban Planner ด้วย
การที่มี ส.ส.ออกมากล่าวหาว่า ทำผังเอื้อนายทุน‘ เป็นข้อกล่าวหาลอยๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหาย เป็นการหมิ่นประมาททางวิชาชีพโดยตรง คนเขาเรียนมาด้านนี้ ไม่มีใครเขาทำกันหรอกครับ ทุกอย่างที่แกวิจารณ์ เป็นการวิจารณ์ของคนที่ไม่ได้ทำงานอยู่ในวิชาชีพ อย่างน้อยก็ควรจะไปถาม หรือพาคนในวิชาชีพ มาให้ความเห็นด้วย จึงจะเหมาะสมใน role ของ ส.ส.นะครับ”

ขณะที่ นายศุภณัฐได้โพสต์ว่า
“การเรียกร้องของผมที่ผ่านมา ทุกประเด็นที่ผมเรียกร้อง ผมตั้งคำถามและเอาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ หรือคนที่เสียหายเป็นที่ตั้ง ครั้งนี้ผมที่ผมรู้สึกว่า #ผังเมืองเอื้อนายทุน ก็เพราะมาตรการต่างๆ ของผังเมือง กทม.ที่ผมพิจารณาแล้ว เล็งเห็นผลได้ว่า ทำให้กลุ่มทุนได้ประโยชน์มากกว่าประโยชน์ของสาธารณะ
ทุกคนทราบ ผังแดง คือการได้สิทธิประโยชน์พัฒนาที่สูงกว่าผู้อื่นอย่างชัดเจน ทั้งการขึ้นตึกสูง ขึ้นอาคารใหญ่ การทำพาณิชย์ต่าง มีโอกาสทำกำไรมากขึ้น
ผมขอถามว่า
1) ที่ผ่านมาในผังเมือง มีการตั้งเงื่อนไขถึงการได้มาซึ่งสิทธิในการพัฒนาที่มากกว่าเดิมว่าผู้ขอ หรือผู้ได้รับการปรับผัง ควรต้องมีมาตรการอื่น ที่กลุ่มทุนต้องทำเพื่อประโยชน์ของสาธารณะหรือไม่? อาทิ กำหนดให้ต้องสร้างบ้านสำหรับคนรายได้น้อย ไม่งั้นจะไม่ให้ผังแดง? หรือกำหนดให้ห้างนั้นๆต้องจ้างคนในพื้นที่เท่าไร ร้านค้าในพื้นที่เช่าในราคาพิเศษได้กี่ร้าน? จ่ายภาษีแพงกว่าแปลงอื่นๆ หรือไม่ มากน้อยขนาดไหน
2) ถึงบริษัทปรึกษาที่อยู่เบื้องหลังผังเมืองของคน กทม.และได้รับการว่าจ้างทำผังเมืองร่างที่ 4 รวมมูลค่า 100 กว่าล้านบาท การอนุญาตให้ผังเมืองสีแดงแต่ละจุดที่ท่านให้ๆกันไป ท่านพิจารณาจากอะไรบ้างครับ? มันจะสร้างการจ้างงานเท่าไร ส่งเสริมเศรษฐกิจให้คนใน กทม.ได้เท่าไร หรือครับ? ผมขอทราบเกณฑ์การพิจารณาแบบชัดๆ ในการให้แต่ละแปลงสีแดง พ.1-พ.5 มีเกณฑ์ checklist อะไร หลักการคืออะไร ผมขอดูหน่อยครับ
3) ท่านคิดว่าการที่ท่านปรับผังเมือง ให้นายทุนยื่นเรื่องเข้ามาพิจารณาปรับผัง พอเขาได้ผังใหม่ ได้สิทธิเยอะๆ แล้ว แต่เขาไม่พัฒนาที่ดินต่อ มันไม่เอื้อนายทุนเหรอครับ? มีที่ดินกี่แปลงที่เป็นผังดง และทำเกษตรเลี่ยงภาษี ไม่ได้พัฒนาอะไรให้ประเทศ และผ่านมาเป็นสิบๆ ปี ท่านก็ไม่พิจารณาประกาศลดสิทธิ พวกเขาเหล่านั้น จนต้องออกมาเรียกร้อง ถึงมีการพูดถึงเรื่องนี้ ท่านปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้อย่างไร? ท่านรับภาษีประชาชนในการเป็นที่ปรึกษา แล้วได้เรียกร้องปรับลดสีแทนประชาชนหรือยังครับ
4) แปลงที่ผมจี้ถาม และยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนคือ การปรับผังรอบๆ สนามกอล์ฟแบบ แดงเซาะร่อง คือให้แปลงนั้นแปลงเดียว เพื่อนข้างๆ กันยังไม่ได้ ถามว่าท่านใช้หลักคิดคืออะไร? และจุดติ่งข้างๆ อีกนิดนึง ท่านก็ปรับให้เขา ติ่งตรงนั้นเตรียมพัฒนาเป็นอะไรเหรอครับ เราต้องถึงให้ผังแดง?
เอาแค่นี้ก่อนครับ ผมคิดว่ามันเพียงพอต่อการตั้งให้สังคมลองคิดกันดูว่า ผังเมืองที่ผ่านมา มันเอื้อนายทุน หรือเอื้อประชาชนมากกว่ากัน
ปล.การตั้งคำถามต่อเมืองที่เราอยู่ เป็นเรื่องดีมากๆ นะครับ แต่การลดทอนคุณค่าด้วย การด่ากันเฉยๆ หรือยกว่าคนนึงจบปริญญาด้านนี้มา อีกคนไม่ได้จบ ไม่ควรตั้งคำถาม ผมไม่เห็นด้วยนะครับ และเอาจริง ใช่ผมว่าไม่ได้เรียนผังเมืองมา ที่ UCL ผมจบ Bartlett, Cambridge อยู่ที่ Land Economy Department 2 ที่นี่ ก็ตัวท็อปเจ้าพ่อผังเมือง และที่ดินของอังกฤษครับ แต่ผมไม่เคยมานั่งกดคนอื่นด้วยมหา’ลัยหรือวุฒิตัวเองครับ)
ยิ่งการเป็นนักวิชาการ โดยเฉพาะท่านที่อยู่เบื้องหลังผังฉบับนี้ ได้รับเงินภาษีว่าจ้าง 100 กว่าล้านเพื่อออกผังเมือง ควรชี้แจงให้สังคมจนสิ้นสงสัยครับ”
การเรียกร้องของผมที่ผ่านมา ทุกประเด็นที่ผมเรียกร้อง ผมตั้งคำถามและเอาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ หรือคนที่เสียหายเป็นที่ตั้ง ครั้งนี้ผมที่ผมรู้สึกว่า “#ผังเมือง เอื้อนายทุน” ก็เพราะมาตรการต่างๆ ของผังเมืองกทม.ที่ผมพิจารณาแล้ว เล็งเห็นผลได้ว่า…
— ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ Suphanat Minchaiynunt (@BankSuphanatMin) January 9, 2024
ซึ่ง ดวงฤทธิ์ ก็ได้โควตแจงว่า
“ด้วยความเคารพนะครับ อย่าบิดเบือนเจตนาของผมในฐานะประชาชน ไม่เคยไปกดอะไรใครทั้งนั้น ผมว่าไปตามกฎหมาย พ.ร.บ.สถาปนิกครับ คุณแบงค์ควรไปลองอ่านดู
ความรู้สึกหรือข้อสังเกตของคุณแบงค์ เป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้สังคมได้เริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับผังเมือง แต่การกล่าวหาว่า การทำผังเมืองเพื่อเอื้อนายทุน เป็นข้อกล่าวหาแบบเหมารวมและรุนแรง มีผลกระทบกับการวางผังเมืองในภาพรวม และไม่มีข้อโต้แย้งในทางวิชาการผังเมือง ที่สามารถเอามานำเสนอได้ ผมจึงคิดว่าควรนำเสนอในทางหลักวิชาการว่า เหตุใดจึงตั้งขอสังเกตแบบนั้น เช่น ระบุเจาะจงลงไปในพื้นที่ที่ได้สีแดง แล้วแสดงให้เห็นว่าบริบทของเมืองในบริเวณนั้น ไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับสีแดง เป็นต้น
ผมอยากให้เราได้มีโอกาสคุยในเรื่องนี้ในทางวิชาการครับ ไม่มีเหตุอะไรต้องสร้างความขัดแย้งในวาทกรรม ผมไม่มีเจตนาอะไรในเรื่องนี้ในทางการเมือง และต้องการรักษาสิทธิโต้แย้ง เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของวิชาชีพ เท่านั้นเอง หวังว่าคุณแบงค์จะใจกว้างพอ ในฐานะตัวแทนประชาชน ที่จะฟังเสียงของประชาชน แม้ว่าเขาจะไม่ได้เลือกพรรคที่คุณสังกัดก็ตาม”
ทั้งนี้ นายดวงฤทธิ์ยังระบุด้วยว่า ใครกล่าวร้ายหมิ่นประมาทผม ใส่ร้ายผม ในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ต้องขออนุญาตรอรับหมายศาลนะครับ โดยเฉพาะ ส.ส.และสมาชิกพรรคก้าวไกล ทุกท่าน ที่กล่าวหาว่าผมมีส่วนได้ส่วนเสีย หรือใช้อิทธิพลให้ได้ประโยชน์จากผังเมืองฉบับใหม่ ไปพิสูจน์กันที่ศาลดีกว่าครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ภาคประชาชน รวมตัวคว่ำร่างผังเมือง ‘รวมกทม.ใหม่’ กรณ์ โวยเอื้อนายทุนอสังหา
- ชัชชาติ แจงปมผังเมืองใหม่ วอนอย่าใช้วาทกรรม ‘เอื้อนายทุน’ ทำสังคมแตกแยก
- กทม.ยืนกรานไม่เอื้อนายทุน! ยืดเวลา ‘ผังเมืองรวม’ ฟังเสียงปชช.ถึงสิ้น ก.พ.

