หน้าแรก การเมือง ‘ผู้ปกครอง’ ร...

‘ผู้ปกครอง’ ร้อง “วันนอร์-กมธ.” หวั่น ไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังลูกจมน้ำดับที่ค่ายปวช.

10.01.24 | 15:13 น.

‘ผู้ปกครอง’ เข้าสภา ร้อง “วันนอร์-กมธ.” เรียกตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง ปม บุตรร่วมกิจกรรมปัจฉิมจมน้ำดับ ชี้ ถูกแทรกแซง ปกปิดข้อมูล หวั่น ไม่ได้รับความเป็นธรรม

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 มกราคม ที่รัฐสภา น.ส.ณัฏฐพัชร พวงลำเจียก มารดาผู้เสียชีวิต ยื่นหนังสือ ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งเป็นผู้รับหนังสือแทน เพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณี บุตรเสียชีวิตด้วยการจมน้ำจากการไปค่ายปัจฉิมนิเทศ นักเรียนระดับชั้น ปวช. ปีที่ 3 ของวิทยาลัยเทคโนโลยี ไทยอโยธยาบริหารธุรกิจ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2566

น.ส.ณัฏฐพัชรกล่าวว่า สืบเนื่องจากทางวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโยธยาบริหารธุรกิจ ได้จัดกิจกรรมค่ายปัจฉิมนิเทศ ปวช.3 ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2566 ณ ค่ายหัตถวุฒิ แคมป์ จ.สระบุรี ในวันที่ 13-15 พ.ย.2566 โดย นายปณิธาน พวงลำเจียก อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นบุตรของตน ได้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ซึ่งในวันที่ 14 พ.ย.2566 มีกิจกรรมการเล่นน้ำตกหน้าค่าย ในช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ตนได้รับโทรศัพท์ซึ่งโทรมาจากคนรู้จักที่ทำงานอยู่ จ.สระบุรี ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรม ว่าบุตรของตนอาจจะจมน้ำ จึงได้รีบประสานงานไปยังครูประจำชั้น รองผู้อำนวยการของวิทยาลัย และออกเดินทางไปยังโรงพยาบาลทันที เมื่อถึงแล้วพบว่าบุตรชายเสียชีวิตจากการจมน้ำ

Advertisement

น.ส.ณัฏฐพัชรกล่าวว่า ตนกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ดังกล่าวเนื่องจากว่าวิทยาลัยมีการปกปิดหลักฐานข้อมูล อีกทั้งทางวิทยาลัยไม่มีการติดต่อมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว หรือช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว และยังมีข้าราชการระดับผู้บริหารภายใน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ได้กล่าววาจาและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ในลักษณะที่ไม่ให้เกียรติผู้เสียหายและครอบครัวของผู้เสียหาย ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ครอบครัวของข้าพเจ้าได้รับความเสียหาย

ตนจึงมายื่นเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียน โดยมีข้อเรียกร้องให้ 1.ขอให้คณะกรรมาธิการเป็นคนกลางในการเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ทุกฝ่าย มาให้ข้อมูล หาข้อเท็จจริงร่วมกัน รวมถึงเรียกตรวจสอบเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวนี้ทั้งหมดเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด

2.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์และเหตุแห่งคดีอย่างละเอียด ตลอดจนหาแนวทางป้องกันการแทรกแซงอันเป็นการปกปิดข้อมูล ข้อเท็จจริง และป้องกันการมิให้ผู้มีอำนาจเข้าไปทำลายหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานที่เกิดขึ้น เพื่อให้การเสียชีวิตครั้งนี้เป็นกรณีตัวอย่าง อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

3.ขอให้มีการพิจารณา กฎ ระเบียบ คำสั่ง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกเลิกกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการสูญเสีย เช่น กิจกรรมทางน้ำ กิจกรรมในที่สูง กิจกรรมในที่อันตรายและสกปรก และกิจกรรมอื่นๆ ที่มีความเสียงต่อชีวิต จิตใจ และยกเลิกกิจกรรมอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบของสถานศึกษาทั้งหมด เช่น การลงโทษทางวินัยแบบทหาร การบังคับขู่เข็ญใจ การปฏิบัติการทางจิตวิทยา เป็นต้น

4.ขอให้ ร่างหรือแก้ไข กฎ ระเบียบ คำสั่ง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมของสถานศึกษาเพิ่มเติม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมให้จำเป็นต้องมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

จึงวอนให้ประธานสภาได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องข้างต้น หรือดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเพื่อปกป้อง คุ้มครอง นักเรียน นักศึกษา ในการทำกิจกรรมของสถานศึกษาไม่ให้ได้รับอันตราย ตลอดจนสร้างแนวทางเพื่อชดเชยเยียวยาผู้เสียหายจากการเข้าร่วมกิจกรรมของสถานศึกษาด้วย

ด้านนายปดิพัทธ์กล่าวว่า นอกจากจะเกี่ยวกับความสูญเสีย เราต้องได้รับความชัดเจน ซึ่งตนได้คุยกับผู้สูญเสีย พบว่าได้มีการแจ้งความแล้วและคงจะมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ส่วนปัญหานี้ยังมีความเรื้อรังในสังคมไทย จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและสถานศึกษาให้เพิ่มความรับผิดชอบ โดยเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ 2 กรรมาธิการ คือ กมธ.การกฎหมาย และกมธ.การศึกษา ซึ่งจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ กมธ.และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง