หน้าแรก การเมือง บิ๊กทินเอาจริ...

บิ๊กทินเอาจริง สั่งลดนายพลเหลือ 300 นาย ในปี 70 จ่าย 7 แสนจูงใจเออร์รี่

11.01.24 | 12:02 น.

บิ๊กทินเอาจริง สั่งลดนายพลเหลือ 300 นาย ภายในปี 70 จ่าย 7 แสนจูงใจเออร์รี่

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 11 มกราคม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมฝ่ายการเมือง เปิดเผยถึงกรณีนโยบายการปรับลดจำนวนนายพลทุกเหล่าทัพ ในตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ของนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ว่า ทาง รมว.กลาโหมกำชับให้แต่ละเหล่าทัพเร่งทำความเข้าใจกับกำลังพล ในโครงการนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อลดจำนวนนายพลในตำแหน่งดังกล่าวเกินความจำเป็น ลงกว่า 50% ภายใน 3 ปี หรือเหลือน้อยกว่า 300 คน ในปี 2570 ซึ่งที่ผ่านมามีชั้นนายพลประมาณ 2,000 นาย

โดยเป็นกำลังหลักประมาณ 1,300 นาย ซึ่งกำลังหลักจำเป็นต้องพิจารณาถึงสถานการณ์ความมั่นคงของโลกและในภูมิภาค รวมทั้งรูปแบบในยุทธวิธีต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีสงครามไซเบอร์หรือ Cyber warfare และเรื่องอวกาศเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนจำนวนนายพลกว่า 700 นายในตำแหน่งประจำ ได้เริ่มดำเนินการมาก่อนแล้วซึ่งคาดว่าจะเป็นผลสัมฤทธิ์เป็นไปตามเป้าหมาย

นายจิรายุกล่าวอีกว่า รมว.กลาโหมได้กำหนดนโยบายเร่งรัดให้มีผลสัมฤทธิ์ในช่วงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในปี 2568-2570 โดยนายพลในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ จะต้องลดลง ให้เหลือน้อยที่สุดตามความจำเป็นของกองทัพ อีกทั้งยังให้นโยบายสร้างแรงจูงใจในการลดจำนวนชั้นยศ “พันเอก (พิเศษ)” ที่จะขึ้นไปเป็น “นายพล” ในอนาคต ให้ลดลงอีกกว่า 570 อัตรา เพื่อให้สอดรับกับตำแหน่งนายพลที่จะลดลงไปด้วย

“เป็นวิสัยทัศน์ของ รมว.กลาโหมที่ให้นโยบายในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แก้ปัญหาการลดนายพล แต่ฐานนายพันเอกพิเศษยังมีมาก ก็จะไปสร้างปัญหาใหม่ในอนาคต ซึ่งนโยบายนี้ กองทัพยังสามารถปฏิบัติงาน และอาชีพทหารยังมีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงให้กองทัพอีกด้วย

Advertisement

มั่นใจว่าโครงการเออร์รี่นายพลผู้รับใช้ชาติต้องอยู่ดีมีเกียรติ คาด ก.พ.67 นี้นำเข้าสภากลาโหมก่อนชงเข้า ครม.ทันในงบปีนี้“ นายจิรายุกล่าว

นายจิรายุกล่าวต่อไปว่า รมว.กลาโหมได้กำชับให้จัดทำนโยบาย สร้างแรงจูงใจให้นายทหารเกษียณก่อนกำหนด Early Retire เช่น การจ่ายเงินชดเชย หรือ “เงินก้อน” ประมาณ 7 แสนบาท ขึ้นอยู่กับชั้นยศ และเวลารับราชการ ซึ่งจะมีสูตรคำนวณชัดเจนรวม ทั้งสิทธิบำเหน็จ/บำนาญก็จะได้รับตามปกติซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ และกำลังใจต่อกำลังพลของกองทัพ เมื่อตัดสินใจในช่วงนี้ ถือว่าได้สิทธิประโยชน์มากที่สุดเมื่อเทียบกับโครงการที่ผ่านๆ และในการบริหารของรัฐบาลจะสามารถลดภาระงบประมาณประเทศในระยะยาวอีกด้วย

ส่วนความคืบหน้าถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของ รมว.กลาโหม ซึ่งปัจจุบันได้จัดทำรูปแบบข้อเสนอ/แรงจูงใจต่างๆ แล้วอยู่ในขั้นตอนรับฟังความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 67 นี้จะนำเข้าที่ประชุมสภากลาโหม จากนั้นจะนำเข้า ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติ “แผนและกรอบงบประมาณ” เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันปีนี้ดังนั้น ในช่วงการเกษียณอายุราชการของข้าราชการในเดือนตุลาคม 2567 นี้ สำหรับโครงการนี้จะใช้เงินงบประมาณของกระทรวงกลาโหมประมาณ 600 ล้านบาท ภายใน 3 ปี (2568-2670) หรือเฉลี่ย 200 ล้านบาทต่อปี

“แม้ที่ผ่านมา กองทัพจะมีแผนปรับลดจำนวนนายพล ‘ระยะยาว’ ปี 2551-2571 แต่นโยบายครั้งนี้ จะผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย รวดเร็วขึ้น ‘ภายใน 3 ปี’ โดยเน้นกลุ่มพลตรี-พลโท-พลเอก ในตำแหน่ง ได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ-ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ‘ทุกเหล่าทัพ’ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบว่าในช่วงรัฐบาล คสช. ปี 2557-2561 เคยทำโครงการเกษียณก่อนกำหนด ‘ทุกชั้นยศทุกตำแหน่ง’ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 26,000 ตำแหน่ง จึงเชื่อว่าโครงการลดนายพลครั้งนี้จะได้รับการตอบรับดีอย่างแน่นอน” นายจิรายุกล่าว