09.00 INDEX “จุดอ่อน” และ “ปัญหา” เรื่องปรองดอง มีการศึกษา มีเอกสาร ขาดแต่ “ปฏิบัติ”

23.01.17 | 08:31 น.

 

แท้จริงแล้ว แนวคิดในเรื่อง “ปรองดอง” มิได้เป็น “เรื่องใหม่”อันดำรงอยู่กว่า 1 ทศวรรษในสังคมไทย

หากฟังจาก นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล

“ทำมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว หลังจากคสช.ปฏิวัติก็มีการเชิญตัวแทนของทุกฝ่ายมานั่งพูดคุยกัน แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร ไม่มีอะไรคืบหน้า”

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็นคน 1 ที่ได้รับเชิญ

Advertisement

เช่นเดียวกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์

อย่าได้แปลกใจหากบทสรุปในเรื่อง “ปรองดอง” ซึ่งมาจาก นายจตุพร พรหมพันธุ์ คือ

“เหมือนกับการซื้อหวย”

สะท้อนให้เห็นว่านับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้”ซื้อหวย”มาหลายครั้งแล้ว

และดูเหมือนว่าจะ “ถูกกิน”

 

อย่าได้แปลกใจไปเลยหาก นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ จะรวบรวมเอกสารอันมาจากกระบวนการปรองดอง

รวมแล้วมี 7 ฉบับ

(1) คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ

(2) การศึกษาของคณะกรรมการ สปช.

(3) การศึกษาของสถาบันพระปกเกล้า

(4) การศึกษาของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

(5) การศึกษาของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ที่จัดโดย กอ.รมน.

(6) รายงานของคณะกรรมาธิการ สนช.

(7) ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ สปท.

เอกสารและรายงานการศึกษาทั้ง 7 นี้ครอบคลุมปัญหาตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 กระทั่งหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557

        เพียงแต่หยิบมา”ประมวล”สรุปและลงมือ”ทำ”

 

ทุกอย่างจึงเป็นเหมือนกับที่ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษา พรรคชาติไทยพัฒนา รู้สึก

นั่นก็คือ มีการ”ศึกษา” แต่มิได้ “ปฏิบัติ”

ความพยายามของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ความพยายามของ นายบรรหาร ศิลปอาชา จึงล้มเหลว

ล้มเหลวกระทั่ง “เสียชีวิต”

แม้กระทั่งความพยายามของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ประสานกับสถาบันพระปกเกล้า ก็ล้มเหลวทั้งๆที่เป็น”ทหาร”

ปัญหาจึงขมวดให้เห็นได้อย่างเด่นชัดยิ่งว่า เป็นการบวนการพูด กระบวนการศึกษา

โดยไม่ได้ “ทำ” ไม่ได้”ปฏิบัติ”