ชัยชนะ ขึ้นชั้น 14 ดูหน้าห้อง ‘ทักษิณ’ แต่ไม่ได้เยี่ยม เผย วงจรปิดเสียทั้งตึก ฝากนายกฯจัดงบซ่อม

12.01.24 | 14:03 น.

ชัยชนะ ขึ้นชั้น 14 รพ.ตำรวจ ดูหน้าห้อง ‘ทักษิณ’ แต่ไม่ได้เยี่ยม ฝากนายกฯ จัดงบซ่อมกล้องวงจรปิด เหตุเสียทั้งตึก

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 12 มกราคม ที่โรงพยาบาลตำรวจ ภายหลัง นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจ ปมเรื่องการรักษาตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร นายชัยชนะ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระบุว่า หลังจากที่ตนนั้นได้พูดคุยกับทางโรงพยาบาลตำรวจ โดยมี พล.ต.ต.สามารถ ม่วงศิริ นายแพทย์ สบ.7 โรงพยาบาลตำรวจ จึงได้ทราบว่าขนาดนี้ มีผู้ต้องขังที่มารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจที่ค้างคืนนั้น มีเเค่คนเดียวคือ นายทักษิณ ชินวัตร ที่เหลือเป็นเพียงผู้ต้องขังที่มีอาการป่วย แต่เป็นการรักษาแบบเช้าเย็นกลับ ตนได้หารือตามกรอบระเบียบของทางโรงพยาบาลตำรวจ จึงได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปยังอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ชั้น 14 เพื่อไปดูขั้นตอนในการคุมขัง โดยตนและคณะกรรมาธิการการตำรวจนั้น ไม่ได้เข้าไปภายในชั้นทางเดินของชั้น 14 หรือภายในห้องแต่อย่างใด เพียงแค่อยู่ในจุดบริเวณหน้าห้องเพียงเท่านั้น ซึ่งพบว่ามีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 2 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน 3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล 3 นาย รวมเป็น 8 นาย แต่ประจำอยู่จุดไหนนั้นไม่สามารถบอกได้

นายชัยชนะกล่าวว่า หลังจากนั้นจึงได้ลงมายังชั้น 7 เพื่อมาดูขั้นตอนในการปฏิบัติงานการรักษาผู้ป่วยที่เป็นผู้ต้องขังที่มีโรคต้อกระจกว่าเป็นอย่างไร โดยมีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ดูแลเช่นเดียวกัน จึงจะเห็นได้ว่ากรมราชทัณฑ์นั้นปฏิบัติกับนักโทษที่มารักษาตัวอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนว่าในตอนที่ขึ้นไปชั้น 14 ได้พบเจอนายทักษิณหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของ พ.ร.บ.ส่วนบุคคล ที่ได้อนุญาตจะอนุญาตให้เยี่ยมหรือไม่ให้เยี่ยม แต่ทางคณะกรรมาธิการการตำรวจไม่ได้เจาะจงมาเยี่ยมใครเป็นพิเศษ เพียงแต่มาเพื่อดูว่าขั้นตอนในการปฏิบัติรักษาเท่าเทียมกันหรือไม่

นายชัยชนะยังกล่าวอีกว่า ได้รับข้อมูลมาว่า ประตูห้องพักรักษาตัวของนายทักษิณที่อยู่บนชั้น 14 นั้นไม่ได้มีการล็อกใดๆ ทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่สามารถเปิดเข้าออกได้ตลอดเวลา

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่าทางคณะกรรมาธิการการตำรวจ ได้มีความสงสัยหรือไม่ว่าอาการป่วยของนายทักษิณนั้นจะต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีกนานเท่าไหร่ นายชัยชนะกล่าวว่า ทางคณะกรรมาธิการการตำรวจไม่ขอก้าวล่วงในการรักษาของแพทย์ เพียงแต่วันนี้นั้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยหลังจากนี้นั้นต้องกลับไปถาม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ว่าเอกสารที่ทางคณะกรรมาธิการการตำรวจได้ขอไป 1.เกี่ยวกับเรื่องของข้อมูลผู้คุมคนใดที่ได้มาเข้าเวรที่นี่ และมีการปรับเปลี่ยนเวรอย่างไร 2.ในส่วนของค่ารักษาพยาบาล ที่แจ้งว่าใช้สิทธิของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ว่าถ้าเกินสิทธิสามารถไปใช้เงินส่วนตัวได้นี้นั้นใช้ระเบียบข้อไหน 3.สำเนาใบ รท.101 ที่ได้ขอไปนั้นได้ทำไว้หรือเปล่า ทางคณะกรรมาธิการการตำรวจก็จะต้องไปตามเอกสารจากกรมราชทัณฑ์ ซึ่งวันนี้นั้นจะต้องขอขอบคุณทางโรงพยาบาลตำรวจ ที่ให้ทางคณะกรรมาธิการได้ขึ้นไปตรวจสอบยังชั้น 14 จึงไม่มีข้อข้องใจกับทางโรงพยาบาลตำรวจแล้ว ยังเหลือเพียงแต่ข้อข้องใจกับทางกรมราชทัณฑ์เกี่ยวกับเอกสารที่ทางคณะกรรมาธิการได้ขอไปเพียงเท่านั้น

นายชัยชนะยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า นายทักษิณ ชินวัตรนั้นไม่ได้ผิดอะไรหรอก เพียงแต่กรมราชทัณฑ์นั้นจะต้องออกมาชี้แจงกับสังคมอย่างชัดเจน หากเมื่อไหร่ที่ชี้แจงไม่ชัดเจน จำเลยของสังคมก็คือกรมราชทัณฑ์นั่นเอง ส่วนตนขอยอมรับว่าสิ่งที่โรงพยาบาลตำรวจทำในวันนี้นั้นถูกต้องที่สุด หน้าที่ในการยืนยันว่านายทักษิณนั้นอยู่หรือไม่อยู่โรงพยาบาลตำรวจนั้น ไม่ใช่หน้าที่ของตนแต่เป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์

ภายหลังให้สัมภาษณ์ นายชัยชนะยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า “ฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า ของบ 2-5 ล้านบาท มาซ่อมกล้องวงจรปิดอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา เพราะเสียแทบทั้งตึก เนื่องจากติดตั้งมากว่า 10 ปี ตั้งแต่ก่อนนายทักษิณเข้ารักษาตัวแล้ว”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง