หน้าแรก การเมือง กกต.ติวเข้มผู...

กกต.ติวเข้มผู้บริหารระดับกลาง แก้ปัญหาการทำงาน

23.01.17 | 13:30 น.

กกต. เสริมความรู้ว่าจนท.กกต. เร่งแก้ปัญหาการทำงานหลังผู้บริหารรุ่นเก่าเกษียณ


เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 มกราคม ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดการศึกษาอบรมหลักสูตร ”การบริหารงานสำหรับผู้บริหารระดับสูง” (กบส.) รุ่นที่ 2 โดยมีนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. พร้อมด้วยนายประวิช รัตนเพียร นายบุญส่ง น้อยโสภณ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. เข้าร่วม โดยมีเจ้าหน้าที่ กกต. จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมอบรมเพื่อเสริมสมรรถนะทางการบริหารงานตามหน้าที่เพื่อนำไปปฏิบัติงานในฐานะนักบริหาร เสริมสร้างศักยภาพว่าที่บริหารระดับสูงให้เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนนโยบายของ กกต. นำไปสู่ยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดความสัมฤทธิ์ผล

ทั้งนี้ นายศุภชัย กล่าวว่า กกต.เห็นว่าการศึกษาอบรมหลักสูตรนี้เป็นการเตรียมพร้อมให้การผู้บริหารระดับกลาง ก่อนเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง กกต.จึงเห็นความสำคัญ และกำหนดเป็นนโยบายให้สำนักงานกกต. จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของสำนักงานกกต. ที่จะมีผู้บริหารระดับสูงเกษียณอายุราชการ หากไม่มีการเตรียมผู้ที่จะขึ้นมาทำงานในตำแหน่งผู้บริหาร ก็จะทำให้พบกับปัญหาเดิมๆ

ซึ่งตั้งแต่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ประธานกกต. ตนและกรรมการกกต.ได้รับรายงานทั้งในที่ประชุมกกต. รายงานของผู้ตรวจสอบภายใน ผู้ตรวจการ การตรวจเยี่ยมสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดต่างๆ พบว่า ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีปัญหาข้อบกพร่องในการใช้จ่ายและควบคุมงบประมาณค่อนข้างมาก เช่น จัดซื้อจัดจ้าง ไม่เป็นไปตามระเบียบขั้นตอน เบิกจ่ายไม่ตรงกับความเป็นจริง

Advertisement

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า นอกจากปัญหาเรื่องงบฯ ผู้บริหารบางส่วนมีปัญหาเรื่องการบังคับบัญชาพนักงาน ในส่วนภูมิภาคบางจังหวัดมีปัญหาการติดต่อประสานงาน และการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เป็นต้น ผมคิดว่าปัญหาลักษณะนี้ส่วนใหญ่เกิดแก่ผู้ที่เคยอยู่แต่ส่วนกลาง หรือเคยอยู่แต่จังหวัด เมื่อต้องไปทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยงานในจังหวัด ต้องทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นักการเมือง องค์เอกชน และเมื่อต้องการจัดการเลือกตั้งที่ต้องแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด เวลาที่จะเรียนรู้งานในภาพรวมก็ไม่มี ซึ่งทำให้ปรับตัวไม่ทัน กลายเป็นปัญหาและข้อบกพร่องตามมา” นายศุภชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหลักสูตรนี้แบ่งเป็น 5 ภาควิชา 3 กิจกรรม 18 หมวดวิชา 71 รายวิชา รวมทั้งสิ้น 363 ชั่วโมง ดังนี้ ภาควิชาที่ 1 การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ 19 รายวิชา จำนวน 75 ชั่งโมง ภาควิชาที่ 2 ความรอบรู้และยึดมั่นในจรรยาบรรณ ธรรมาภิบาลและความเป็นกลางทางการเมือง 14 รายวิชา 45 ชั่วโมง ภาควิชาที่ 3 ความมุ่งมั่นทุ่มเทและอุทิศตนเพื่อองค์กร 13 รายวิชา 69 ชั่วโมง ภาควิชาที่ 4 การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ 17 รายวิชา 54 ชั่วโมง ภาควิชาที่ 5 การทำงานเป็นทีมและการสร้างสายสัมพันธ์กับภาคีเครือข่าย 8 รายวิชา 27 ชั่วโมง