09.00 INDEX จากหมูเถื่อนถึงเบอร์รี่เลือด ผลงานลักษณะรุกของ DSI
บทบาทเชิง “รุก” โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ไม่ว่าต่อกรณีการเก็บผลไม้ป่าฟินแลนด์ สวีเดน ไม่ว่าต่อกรณีการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน กำลังได้รับการจับตามอง
เนื่องจากมิได้โยงไปยัง “ข้าราชการประจำ” ระดับสูง หากแต่ยังระบุความสัมพันธ์กับเครือข่ายนักการเมือง “ใหญ่”
ใหญ่ในระดับ “รัฐมนตรี” มากด้วย “อำนาจ”บารมี
เส้นทางการสอบสวนสะท้อนให้เห็นลักษณะของการประสานและร่วมมือกัน ไม่เพียงแต่ภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หากที่สำคัญดำเนินไปในแบบ “ข้าม”กระทรวง
เพราะว่าคดีอื้อฉาวที่ฟินแลนด์ สวีเดน ยึดโยงอยู่กับงานกระทรวงแรงงาน เพราะว่าคดีหมูเถื่อน ยึดโยงอยู่กับกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สายตาในทางสังคม จึงมิได้มองแต่เพียงกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)กับกรมการจัดหางาน กับกรมศุลกรกร กับกรมประมง อันเป็นข้าราชการ “ประจำ”
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังมองไปยังรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทั้งหมดแสดงบทบาทรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมชัดเจน
—
ไม่ว่าจะพิจารณารายละเอียดของกรณีการส่งแรงงานไปเก็บผลไม้ป่าที่ฟินแลนด์ สวีเดน ไม่ว่าจะพิจารณารายละเอียดของกรณีการนำเข้าหมูเถื่อน เนื้อวัวเถื่อน ขาไก่เถื่อน
ทั้งหมดมิได้เป็นงานระดับปลัดกระทรวง ระดับอธิบดี หากแต่ยังปรากฏชื่อของรัฐมนตรีเข้ามาอย่างเด่นชัด
เพียงแต่ดำรงอยู่ในสถานะอันเป็น “อดีต” รัฐมนตรีเท่านั้น
หลักฐานที่หลุดจากแฟ้มของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)ล้วนยืนยันว่าเป็นเรื่องรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือน พฤษภาคม 2566
นั่นก็คือ เป็นรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 นั่นก็คือ เป็นรัฐบาลอันมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น นายกรัฐมนตรี
ความชัดเจนเช่นนี้ย่อมทำให้เกิด “จุดตัด” ในลักษณะอันเป็น “เส้นแบ่ง”ในทางการเมือง
ถามว่าหากไม่มีการกำชับอย่างเอาการเอางานในระดับนายกรัฐมนตรี กระบวนการสืบสวนสอบสวนในเชิงรุกจากกรรมสอบสวนคดีพิเศษจะเกิดขึ้นหรือไม่
อาจเกิดขึ้นได้แต่คงไม่สามารถ “เดินหน้า” ได้ในระดับนี้
ยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประสานและให้ความร่วมมือมากเพียงใด บทบาทที่สำแดงผ่านกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)ยิ่งเห็นเป็นรูปธรรมมากเพียงนั้น

