อนุสรณ์ ชี้เป็นสิทธิ ก้าวไกลลาออก กมธ.แลนด์บริดจ์ ดักคอคงไม่ลามถึง กมธ.อื่น
‘อนุสรณ์’ ชี้เป็นสิทธิ ‘ก้าวไกล’ ลาออก กมธ.แลนด์บริดจ์ ลั่นหากเอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง อะไรเห็นต่างก็เสนอแนะได้ ดักคอคงไม่ลามถึง กมธ.อื่นเหตุการทำงานเป็นไปด้วยดี
เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 6 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) สภาผู้แทนราษฎร จากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลาออก หลังทักท้วงความไม่สมบูรณ์ของรายงานการศึกษาของ กมธ.ฯ ไม่สำเร็จ ว่า ตนคิดว่าเป็นสิทธิของ ส.ส.พรรค ก.ก. และสิทธิของ ส.ส.ทุกพรรคที่อยู่ใน กมธ. ในการที่จะทำงานต่อหรือลาออก
แต่ตนตั้งข้อสังเกตว่าหากเราไม่มองเรื่องการเมือง เอาประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง อะไรที่เราสามารถทำงานภายใต้ กมธ. แล้วคิดว่าไม่มีพรรค เอาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ มีอะไรก็สามารถเสนอได้ และไม่ได้หมายความว่า การดำเนินการทุกอย่างใน กมธ.คงไม่เป็นเรื่องของการทำตามใจใคร หรือไม่ตามใจใคร ทุกครั้งที่มีความเห็นแตกต่าง หรือขัดแย้งกัน กมธ.ก็พร้อมรับฟังอยู่แล้ว
“แม้ผมคิดว่าการลาออกจากกรรมาธิการจะเป็นสิทธิ แต่ประชาชนก็มีสิทธิที่จะตั้งคำถามเหมือนกัน เพราะเรื่องแลนด์บริดจ์ หากยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เขาก็อยากเห็นโครงการนี้ อีกทั้งโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายหนึ่งของรัฐบาลเพื่อไทยในการที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องคมนาคมขนส่งเพื่อเสริมศักยภาพจุดแข็งของประเทศ ดังนั้น ประชาชนก็อาจจะมองว่าแม้การลาออกเป็นสิทธิ แต่ก็อาจทำให้ประชาชนเสียโอกาสหรือไม่” นายอนุสรณ์กล่าว
นายอนุสรณ์กล่าวด้วยว่า ส่วนการที่พรรค ก.ก. บอกว่าไม่อยากเป็นตรายางนั้น ไม่มีใครเป็นตรายาง แต่ทุกครั้งของการโหวตก็เป็นธรรมชาติ เมื่อเสียงส่วนใหญ่โหวตเป็นเช่นไรก็ต้องดำเนินการตามนั้น และตนคิดว่าคงจะไม่ลามจาก กมธ.แลนด์บริดจ์ ไปยัง กมธ.อื่น เนื่องจาก กมธ.อื่นที่พรรค ก.ก.เข้าไปทำงานนั้น เป็นไปได้ด้วยดี
เมื่อถามว่า เหตุผลการลาออกของ ส.ส.พรรค ก.ก.ฟังขึ้นหรือไม่ นายอนุสรณ์กล่าวว่า เป็นสิทธิที่เขาจะพูด แต่ประชาชนก็มีสิทธิที่จะตั้งคำถามเช่นกัน ว่าทำให้พวกเขาเสียโอกาสหรือไม่ เพราะอยู่ตรงนั้นสามารถที่จะเสนอแนะและท้วงติงได้ ส่วนการเชิญหน่วยงานต่างๆ เข้ามาชี้แจงก็สามารถที่จะหารือกันใน กมธ.ได้ และต้องทำความเข้าใจโจทย์ก่อนว่าการทำงานในชั้น กมธ.นั้น ไม่มีพรรค เพราะการตั้ง กมธ.แต่ละคณะนั้น มีสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) พรรครัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน ตามสัดส่วนของสมาชิกแต่ละพรรค ฉะนั้น ในอดีตเราเคยบอกว่าอย่าใช้เสียงข้างมากลากไป ต้องเคารพเสียงข้างน้อยตนเชื่อว่ารัฐบาลนี้ด้วยสัดส่วนและบรรยากาศการทำงานเขาก็พร้อมรับฟังเสียงที่เห็นต่างหรือเสียงข้างน้อยใน กมธ.อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับกรณีที่มีข้อเสนอแนะให้ กมธ.สัดส่วนพรรค ก.ก.ที่ลาออกคืนเงินเบี้ยประชุม นายอนุสรณ์กล่าวว่า เป็นสิทธิที่สามารถเสนอได้ แต่ก็ขอให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาในส่วนของ กมธ.ไป ซึ่งที่ผ่านมา กมธ.สัดส่วนพรรค ก.ก.ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่

