‘เศรษฐา’ บุกยุโรปร่วมเวทีอีโคโนมิกฟอรั่ม จัดโชว์แลนด์บริดจ์ จีบ ‘บิ๊กธุรกิจ’ ลงทุน ส.ว.จ่อยื่นซักฟอกรัฐบาล
เมื่อวันที่ 14 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ไปยังนครซูริค สมาพันธรัฐสวิส ในเวลา 00.15 น. (วันที่ 15 มกราคม) เพื่อเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) ณ สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 15-19 มกราคม 2567 สำหรับการประชุม WEF Annual Meeting ประจำปี 2567 เป็นครั้งที่ 54 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ Rebuilding Trust เน้นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่ออนาคต ความไว้เนื้อเชื่อใจในสังคมและระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกปัจจุบัน
สำหรับกำหนดการสำคัญภายใต้กรอบ WEF นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วม 3 รายการ ได้แก่ 1.กล่าวเปิดการเสวนา Country Strategy Dialogue (CSD) on Thailand 2.การเสนอโครงการ Thailand Landbridge : Connecting ASEAN with the World และ 3.ร่วมเสวนา Learning from ASEAN ซึ่งจะมีผู้นำไทย เวียดนาม และกัมพูชา เข้าร่วมด้วย นอกจากนี้ นายกฯยังมีกำหนดการพบปะภาคเอกชนสำคัญ อาทิ ผู้บริหารบริษัทด้านเทคโนโลยี และ Solutions บริษัทท่าเรือ logistics บริษัทด้านการเงิน การธนาคาร บริษัทด้านโทรคมนาคม บริษัทด้านยาและวัคซีน บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่ม บริษัทด้านธุรกิจเดลิเวอรี่ และพบปะบุคคลสำคัญ อาทิ นายมาทีอัส คอร์มันน์ (Mathias Cormann) เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD นาย Klaus Schwab ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร WEF และผู้บริหารของ World Bank
นอกจากนี้ นายกฯเข้าร่วมประชุม WEF เพื่อผลักดันบทบาทของไทยในการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือในโลก การส่งเสริมการค้าการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรม EVs อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน เศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนการส่งเสริมความเชื่อมโยงผ่านโครงการแลนด์บริดจ์ให้แก่ผู้นำและผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม วิชาการ และสื่อชั้นนำต่างๆ ที่เข้าร่วม เพื่อนำผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมกลับมาให้พี่น้องชาวไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯจะใช้โอกาสในการเข้าร่วมประชุม WEF ครั้งนี้ผลักดันบทบาทของไทย และแสดงศักยภาพและความพร้อมของไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญของโลกร่วมกับผู้นำทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจากทั่วโลก ถือเป็นการเข้าร่วมการประชุมในระดับผู้นำครั้งแรกของไทยในรอบ 12 ปี และเป็นการเดินทางเยือนภูมิภาคยุโรปครั้งแรกของนายกฯและรองนายกรัฐมนตรี เป็นโอกาสดีที่จะได้พบกับผู้นำจากทั่วโลกเพื่อแสดงความพร้อมของไทย ที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน ทั้งนี้ โดยนายกฯและรองนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมและร่วมเป็นผู้เสวนาในการประชุมและเวทีเสวนาต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยและเชิญชวนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยโดยเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ อาทิ แนวโน้มเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์โลก ความยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านสีเขียว นอกจากนั้นยังมีกำหนดการพบกับผู้นำรัฐบาล องค์การระหว่างประเทศ และภาคธุรกิจ เพื่อหารือประเด็นความร่วมมือในอนาคต
ด้าน นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวถึงการรวบรวมรายชื่อ ส.ว.จำนวน 84 คน เพื่อยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153 ว่า ขณะนี้มี ส.ว.ร่วมลงชื่อแล้ว 80 คน คาดว่าสัปดาห์นี้จะได้รายชื่อครบและจะนำเข้าที่ประชุม กมธ.ในวันที่ 15 มกราคม เวลา 09.30 น. เพื่อจะมาดูวิธีการ แนวทางที่จะอภิปรายและจัดคนอภิปราย ถ้าเสร็จเรียบร้อยสามารถยื่นต่อประธานวุฒิสภาได้ภายในสัปดาห์หน้า

