09.00 INDEX คำถาม ถึงจำนวน “นายพล” คำถาม ถึงรัฐมนตรี กลาโหม
ประเด็นว่าด้วยจำนวน ”นายพลทหาร” ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ได้กลายเป็น ”โจทย์” ในทางการเมืองอันแหลมคมและร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับ
ภายในยุทธศาสตร์ลด ”กำลังพล” ภายใต้ความต้องการทำกองทัพให้ ”เล็ก” แต่เปี่ยมด้วย ”ประสิทธิภาพ”
ยุทธศาสตร์นี้เสนอตั้งแต่ยุค พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แล้ว
ไม่ว่าในยุค พล.อ.สุจินดา คราประยูร ไม่ว่าในยุค พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าในยุค พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่ว่าในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้วนมีคำว่า ”จิ๋วแต่แจ๋ว” ติด 2 ริมฝีปาก
จึงไม่แปลกที่เมื่อ นายสุทิน คลังแสง จากพรรคเพื่อไทย ได้รับความไว้วางใจให้เข้าดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะได้นำเอา ”ยุทธศาสตร์” นี้มาเป็นธง
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสอดรับกับยุทธศาสตร์ของกองทัพ ประสานเข้ากับมติของสภากลาโหมล่าสุดก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566
คำแถลงของกระทรวงกลาโหมที่ว่าจะลดกำลังพลระดับนายพลจาก 700 ให้ได้จำนวน 300 กว่าคนภายในปี 2570 จึงบังเกิด
แต่คำถามที่ต้องตอบก็คือ จำนวน ”นายพล” แท้จริงมีเท่าใด
ใครที่ติดตาม ”ข้อมูล” ของกองทัพอย่างต่อเนื่อง ก็จะเข้าใจได้โดยพื้นฐานว่าจำนวนนายพลกว่า 700 ที่เป็นฐานแห่งการบริหารจัดการมิได้เป็นนายพลในตำแหน่ง ”หลัก”
หากเสมอเป็นเพียงนายพลที่เข้าอยู่ในตำแหน่ง ”ผู้ทรงคุณวุฒิ” และตำแหน่ง ”ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ”
เป็นตำแหน่งลอยๆ แทบมิได้มีภาระหน้าที่รองรับเป็นจริง
นี่คือตำแหน่งที่เคยเรียกขานในอดีตว่า ”นายทหารปฏิบัติการพิเศษ” และ ”ผู้ชำนาญการ” ไม่ว่าในสำนักงานปลัดกระทรวง กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ
จำนวนของนายพลที่ต่อท้ายด้วย(อัตราพลตรี)กระทั่งถึง(อัตราพลเอก)เช่นนี้ประกาศอย่างชัดแจ้งผ่านประกาศเรื่องให้นาย ทหารรับราชการเป็นประจำทุกปี เห็นได้ใน ”ราชกิจจานุเบกษา”
ที่บางฐานข้อมูลยืนยันว่า นายพลลอยๆมี 700-750 นายพลตำแหน่งหลักมีไม่ต่ำกว่า 1,300 นาย จึงคือความจริง
คำถามอยู่ที่ว่าเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศจะลดกำลังพลให้ได้ 300 กว่านาย ภายในปี 2570 นั้น เป็นเป้าหมายในเชิงนโยบายอย่างไร
เป็นของ ”รัฐมนตรี” หรือเป็นของ ”สภากลาโหม”
เป็นการประกาศอย่างเข้าใจ ”ความเป็นจริง” ที่ดำรงอยู่ในกระทรวงกลาโหม
หรือเสมอเป็นเพียงสิ่งที่ ”สภากลาโหม” อยากให้ทราบ

