“บิ๊กป้อม” ลั่นจัดซื้อ “ยุทโธปกรณ์” โปร่งใส กห.การันตีรถถัง VT-4 เหมาะสมตรงสเปก
เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานงานเลี้ยงพบปะสื่อมวลชน โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ พร้อมด้วยนายทหารระดับสูงจากทุกเหล่าทัพเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก
พล.อ.ประวิตรกล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า เรื่องการสร้างการรับรู้ระดับกองทัพของทุกเหล่าทัพ การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ว่าการดำเนินการมีความโปร่งใส ตนพร้อมด้วย พล.อ.อุดมเดช ผบ.สส. และ ผบ.เหล่าทัพทำทุกเรื่องด้วยความโปร่งใส ไม่ต้องไปมโน เพราะทุกอย่างมีขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง และสามารถตอบคำถามสื่อมวลชนได้ทุกอย่าง มีคณะกรรมการตรวจรับและดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด แต่เราใช้วิธีการเสนอตามความต้องการของกองทัพ ตนจะลงนามให้ แต่ทุกอย่างต้องไม่มีความขัดแย้งและต้องโปร่งใส
พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้ดูแลการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์กองทัพ กล่าวถึงการจัดซื้อรถถังวีที-4 จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ระยะที่ 2 ของกองทัพบก (ทบ.) ว่า ทบ.ได้ดำเนินการตามขั้นตอนตามความต้องการและพิจารณาคัดเลือกแบบที่เปิดเผย มีสเปกตามความต้องการ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ส่วนราชการอื่นทำแบบนี้เช่นกัน
“ที่เราเปลี่ยนมาซื้อรถถังวีที-4 จากเดิมที่ ทบ.ซื้อรถถังโอพลอตจากยูเครน เพราะช่วงหนึ่งยูเครนมีปัญหา ดังนั้นเมื่อ ทบ.ยังมีความจำเป็นที่ต้องซื้อรถถังหลักเราจึงต้องเปลี่ยนไปซื้อที่เหมาะสมและจัดหาได้ ทั้งนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์จีนขายรถถังวีที-4 ให้ประเทศอื่นถูกกว่าไทยนั้น ในเรื่องนี้ไม่ใช่ไปดูว่าซื้อรถถังวีที-4 แล้วราคาต้องเท่ากัน ต้องดูที่อุปกรณ์ ระบบฟังก์ชั่นภายในรถถังด้วย” รองปลัดกระทรวงกลาโหมกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดซื้อรถถังวีที-4 ระยะ 2 วงเงินประมาณ 2 พันล้านบาท โดยจะมีทั้งรถถัง รถกู้ซ่อม พร้อมเครื่องกระสุน โดยก่อนหน้านี้ช่วงต้นปี 2559 ทบ.ได้เซ็นสัญญาจัดซื้อรถถังวีที-4 จำนวน 28 คัน วงเงิน 4.9 พันล้านบาท ระยะเวลา 2559-2561 เพื่อนำไปประจำการที่กองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3) จ.ขอนแก่น เนื่องจากรถถังที่มีอยู่ประจำการนั้นเก่าและล้าสมัย

