หน้าแรก การเมือง คปท. จี้ถาม ป...

คปท. จี้ถาม ป.ป.ช. กรณี ทักษิณ อยู่นอกเรือนจำเกิน 120 วัน

16.01.24 | 14:04 น.

คปท. จี้ถาม ป.ป.ช. กรณี ‘ทักษิณ’ อยู่นอกเรือนจำเกิน 120 วัน พร้อมกล่าวโทษอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ม.157 อ้างเหตุเฝ้าระวังการป่วย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล นายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำกลุ่ม ได้ติดตามความคืบหน้า กรณียื่นเรื่องเรียนให้ ป.ป.ช. สอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ถึงกรณีที่ให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รักษาตัวนอกเรือนจำเกิน 120 วัน

ภายหลังการเข้ายื่นเรื่องร้องเรียน นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวว่า ทาง คปท. ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติม เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการอนุญาตให้นายทักษิณ พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเกิน 120 วัน ซึ่งความคืบหน้าหลังมีการร้องเรียนตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2566 เบื้องต้นได้มีการยื่นเรื่องขอข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้มีทางกรมราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษ ยื่นข้อมูลมาแล้ว แต่ยังมีบางหน่วยงานที่ยังไม่ได้ยื่นข้อมูลส่งมาให้ ป.ป.ช. ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามอยู่ พร้อมทั้งเตรียมเชิญบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม

นายนิวัติไชยกล่าวต่อว่า ส่วนกรอบระยะเวลาการตรวจสอบอยู่ภายใน 180 วัน แต่โดยหลักแล้วไม่ได้ขึ้นอยู่กับกรอบระยะเวลา เนื่องจากเป็นกรอบระยะเวลาเร่งรัดสำหรับเจ้าหน้าที่ ไม่ได้หมายถึงว่าเกิน 180 วันจะขาดอายุความ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก คือ เกิดขึ้นกับหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่ ป.ป.ช. ซึ่งเราต้องรอข้อมูลจากหน่วยงานนั้นๆ และมาดูว่าใช้ระเบียบหลักเกณฑ์ ข้อกฎหมายอะไร ที่อนุญาตให้บุคคลไปอยู่นอกเรือนจำ การรักษาตัวเป็นอย่างไร พักรักษาตัวอยู่ได้กี่วัน อำนาจทางการแพทย์ เป็นต้น

นายนิวัติไชยกล่าวอีกว่า ดังนั้นเราต้องรอข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่น และต้องรับรองสำเนาถูกต้อง เพื่อเป็นหลักฐาน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นข้อกล่าวหาในคดีอาญา ส่วนการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบถามเพิ่มเติมยังเปิดเผยรายชื่อไม่ได้ ยกเว้นจะมีคำวินิจฉัยเสร็จสิ้นแล้ว จึงจะเปิดเผยต่อสาธารณะได้ ในเรื่องการตรวจสอบ บุคคลนั้นๆ ยังเป็นผู้ถูกร้อง แต่หากตรวจสอบพบว่ามีมูล จึงจะเป็นผู้ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตามขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเต็มไปหมด จึงต้องมีกระบวนการตรวจสอบกลั่นกรอง โดยเฉพาะมาตรา 157 มีคนร้องเข้ามาเยอะมาก แต่ 60-70% พบว่าไม่มีมูล แต่หากพบว่ามีมูลก็สั่งไต่สวนตามลำดับต่อไป ซึ่งจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ยืนยันว่าทาง ป.ป.ช.ไม่ได้เพิกเฉย กำลังทำหน้าที่อยู่

Advertisement

ด้านนายพิชิตกล่าวว่า ได้เข้าหารือกับ ป.ป.ช. 2 เรื่อง คือการติดตามความคืบหน้ากรณีบุคคลและหน่วยงานในมาตรา 157 ซึ่ง ป.ป.ช.ชี้แจงมาว่าได้ทำหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานแล้ว ส่วนเรื่องที่ 2 คือ การกล่าวโทษอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แบ่งเป็น 2 กรณี คือ การให้นายทักษิณอยู่นอกเรือนจำเกิน 120 วัน และขยายระยะเวลาการรักษาตัว ซึ่งอ้างเหตุการเฝ้าระวังการป่วย ซึ่งไม่มีระบุไว้ตามระเบียบข้อไหนเลย ดังนั้นการทำแบบนี้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 รวมทั้งกล่าวโทษอดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่อนุญาตให้นายทักษิณรักษาตัวนอกเรือนจำด้วย

ขณะที่นายนัสเซอร์กล่าวว่า กรณีที่ คปท. ล่ารายชื่อประชาชน 20,000 ชื่อ รวมทั้ง 150 รายชื่อของสมาชิกรัฐสภา โดยได้ประสานกับทาง ส.ว. และกลุ่มฝ่ายค้าน เพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาตรวจสอบก่อนยื่นเรื่องต่อประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนการทำงานของ ป.ป.ช. ซึ่งการล่ารายชื่อจากประชาชนและสมาชิกรัฐสภาจะดำเนินการควบคู่กันไป