หน้าแรก การเมือง ปลัดมท. นั่งห...

ปลัดมท. นั่งหัวโต๊ะประชุม แก้หนี้นอกระบบ แบ่งปัญหาลูกหนี้เป็น 4 กลุ่ม

16.01.24 | 16:06 น.

ปลัด มท.นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะอนุกรรมการ แก้หนี้นอกระบบ แบ่งปัญหาลูกหนี้เป็น 4 กลุ่ม พร้อมบูรณาการทุกหน่วยแลกเปลี่ยนข้อมูลหวังแก้หนี้เป็นระบบ

เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่กระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผอ.ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ ผอ.สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ผู้แทนจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้แทนจากสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ผู้แทนจากกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า ในวันนี้คณะอนุกรรมการได้รับทราบถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.66 เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบ ได้มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบของธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 15,000 ล้านบาท (แห่งละ 7,500 ล้านบาท) วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกินรายละ 20,000 บาท พร้อมด้วยบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ที่เกิดจากการร่วมทุนของ ธ.ออมสิน เพื่อให้บริการขายฝากหรือให้สินเชื่อจดจำนองที่ดินอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยกำหนดกลุ่มบุคคลผู้ลงทะเบียนเพื่อแก้ไขปัญหาตามลำดับโดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ลงทะเบียนและมีความประสงค์จะไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท ซึ่งกลุ่มนี้จะปรากฏข้อมูลเจ้าหนี้และลูกหนี้ครบถ้วน ที่ประชุมจึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทให้ครบถ้วน 100%

นายสุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า 2.กลุ่มผู้ลงทะเบียนและมีความประสงค์จะไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท แต่ไม่มีข้อมูลเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ ประมาณ 30,000 ราย ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยตรวจสอบกลุ่มดังกล่าว จากข้อมูลของสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เพราะบางกรณีลูกหนี้ไม่สามารถทราบชื่อจริง นามสกุลจริงของบุคคลที่ได้กู้ยืมหนี้สินมา 3.กลุ่มผู้ลงทะเบียนและมีความประสงค์จะไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท ซึ่งมีรายละเอียดการลงทะเบียน แต่มีข้อมูลของลูกหนี้และเจ้าหนี้ไม่ครบถ้วน ซึ่งในส่วนนี้ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ กรมการปกครองได้สั่งการให้นายอำเภอ เร่งสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน และ 4.กลุ่มผู้ลงทะเบียนไม่มีความประสงค์ไกล่เกลี่ย แต่มีความประสงค์จะให้ภาครัฐจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและอาชีพเสริม ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้บุคคลในกลุ่มนี้ ได้ลงทะเบียนเพื่อการไกล่เกลี่ยก่อน แล้วภาครัฐจะจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือนายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการยังได้มีมติให้บูรณาการความต้องการของแต่ละหน่วยงานในการแลกเปลี่ยน เชื่อมโยงและส่งต่อข้อมูลในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบจากฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ไปยังสำนักนายกฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รวมถึงเชื่อมโยงไปยังสถาบันการเงิน และกระทรวงแรงงาน พร้อมพิจารณาเสนอแต่งตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการกำกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการเพิ่มเติม ได้แก่ ปลัดกรุงเทพฯ ผู้แทนสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทน ธ.ออมสิน และผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

Advertisement

นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า ในเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เรายังมองถึงการแก้ไขปัญหาในระยะยาว คือด้วยการทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น ส่งเสริมความเข้มแข็งในการดำรงชีพ การหารายได้ ลดรายจ่าย สร้างความมั่นคงทางอาหาร อาทิ การเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ และการน้อมนำพระราชดำริเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” ด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร ไว้บริเวณรอบบ้าน เพื่อเป็นอาหารประจำครัวเรือน รวมไปถึงการช่วยกันสวมใส่ผ้าไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้ช่างทอผ้าและครอบครัวได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้จากหลายทางมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนที่เคยเป็นหนี้สินนอกระบบกลับไปเป็นทาสยุคใหม่ หรือเข้าไปสู่วงเวียนแห่งความทุกข์ยากอีกตลอดไปอย่างยั่งยืน