เบญจา ทวงถามรัฐบาล จะเอาอย่างไร คดี 112 หลังเคยเห็นด้วย การบังคับใช้มีปัญหา
เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2567 น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ผ่าน X แสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์การดำเนินคดีมาตรา 112 หลังศาลอาญา พิพากษาจำคุก อานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน อีก 4 ปีในคดี 112 โดยระบุว่า
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองยังคงเดินไปพร้อมกับ ประชาชนจำนวนมากถูกจับกุมคุมขัง ถูกทุบทำลายสิทธิเสรีภาพถูกฟ้องในคดี 112 ที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย ตีความเกินตัวบท เกินเจตนารมณ์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มีปัญหาทั้งตัวบท การบังคับใช้
ความตึงเครียดรอคอยอยู่ข้างหน้า เมื่อตัวเลขผู้ต้องหา ผู้ต้องขัง คดีการเมือง และคดี 112 มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คดีนี้ดำเนินไปอย่างผิดปกติ ใช้กับเด็ก-เยาวชน เงื่อนไขการประกันเข้มงวด ตีความกว้างขวาง ผู้ต้องขังไม่ได้รับสิทธิในการต่อสู้คดีตามกระบวนการปกติ
และค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า สถานการณ์ของผู้ต้องขังจะยังไม่เห็นความหวังในเร็ววันนี้ กระบวนการยุติธรรมก็จะยังไม่เข้าสู่เส้นทางการปฏิรูปเหมือนที่คาดหวัง จำนวนผู้ถูกคุมขังที่ไม่ได้สิทธิประกันตัวยังคงมีอยู่และดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายคนยังรอสิทธิประกันตัวออกมาสู้คดีเหมือนคดีอื่น
การดำเนินคดีในแต่ละช่วง สะท้อนให้เห็นถึง “ความเป็นการเมือง” แนวทางการดำเนินคดีและโทษที่ศาลพิพากษาในแต่ละช่วงแตกต่างกันเห็นได้ชัดทั้งก่อนและช่วงหลังรัฐประหาร
พรรคที่เป็นรัฐบาลเองก็เคยยอมรับว่า 112 มีปัญหาในการบังคับใช้ ดังนั้นรัฐบาลใหม่ควรต้องชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร
ช่วงเวลาต่อจากนี้จะพิสูจน์ให้เห็นว่า รัฐบาลจริงใจ เปิดกว้าง พร้อมรับฟังทุกคนทุกฝ่ายหรือไม่ ถึงเวลาแล้วที่ต้องตระหนักร่วมกันถึงปัญหา เปิดประตูเพื่อคลี่คลายปมขัดแย้งทางการเมือง เปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมีพื้นที่ปลอดภัย ร่วมกันแสวงหาฉันทามติใหม่ของสังคมไทยคืนความยุติธรรมให้กับประชาชน
จากนั้น น.ส.เบญจา ยังได้โพสต์ผ่าน X ถึงคดีของ “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร พ่อค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์และนักกิจกรรมในจังหวัดเชียงรายวัย 30 ปี ผู้ถูกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า
“คดีของ “บัสบาส” น่าจะเป็นอีกคดีที่ศาลสั่งจำคุกด้วยมาตรา 112 รวม 50 ปี นับว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้จะเป็นเพียงการกล่าวถึงอดีต… แต่นี่คือสิ่งที่น่าตกใจ การพยายามลงโทษให้หนักสุดโดยคูณจำนวนกรรมกับการทำความผิดเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า เป็นการป้องปราม ข่มขู่ผู้ใช้สื่อโซเชียล
“บทลงโทษที่รุนแรงอย่างมากในวันนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันข้อเท็จจริงและแสดงให้เห็นว่า กฎหมายนี้ไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน การหมิ่นประมาทไม่ควรถูกลงโทษทางอาญา และถูกจำคุกเป็นเวลานานมากเช่นนี้ นี่เป็นการโจมตีอย่างร้ายแรงต่อสิทธิ เสรีภาพ ในการแสดงออกที่กำลังค่อยหดหายไปในประเทศไทย”
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษ บัสบาส โพสต์เฟซบุ๊ก ผิด มาตรา 112 จำคุกรวม 50 ปี สูงสุดในประวัติศาสตร์
- ศาลสั่งคุก 4 ปี ทนายอานนท์ โพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นสถาบัน ผิด ม.112 ให้นับโทษต่อคดีอื่น

