09.00 INDEX “ความหงุดหงิด” จาก “ประชาธิปัตย์” ต่อสถานการณ์ ปรองดอง สมานฉันท์

24.01.17 | 08:37 น.

หากสัมผัส “อุณหภูมิ” อันดำรงอยู่ภายใน “ประชาธิปัตย์” นับแต่มีการเปิดตัวในเรื่อง “ปรองดอง” ออกมา
เด่นชัดยิ่งว่าเป็นอุณหภูมิในทาง “หงุดหงิด”
ไม่ว่าจะมองผ่านระดับ นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ระดับ นายวิ รัตน์ กัลยาศิริ
ทั้งนี้ แทบไม่ต้องกล่าวถึงรังสีแห่ง “ความหงุดหงิด”อันส่งผ่านมาจาก “กปปส.”
ไม่ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ว่า นายถาวร เสนเนียม
ปาก 1 ก็ออกมาตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็น “การปรองดอง”ระหว่างใครกับใคร
เพราะ “ประชาธิปัตย์” ไม่ใช่ “คู่ขัดแย้ง”
แต่ปาก 1 ก็ออกมาตอกย้ำในเรื่อง “กองกำลังสีเทา” และรุนแรงถึงขั้นนำเอาวาทกรรม “เผาบ้าน เผาเมือง”ย้อนกลับ
“ปรากฏการณ์” อย่างนี้ย่อมสะท้อนถึง “ธาตุแท้”

ความจริง ความสัมพันธ์ระหว่าง “คสช.” กับ “ประชาธิปัตย์” นั้น มากด้วยความแนบแน่น
แนบแน่นตั้งแต่การจัดตั้งรัฐบาลเมื่อปลายปี 2551
เป็นรัฐบาลที่สะท้อนความสามัคคีระหว่าง “ประชาธิปัตย์”กับ กลุ่มของ นายเนวิน ชิดชอบ
อย่างที่เรียกว่าเป็นรัฐบาลจาก “ค่ายทหาร”
และ “ค่ายทหาร” ที่ว่านั้นก็อยู่ในสถานที่แห่งเดียวกับสำนักงานใหญ่ “มูลนิธิป่ารอยต่อ”
ยิ่งประสบกับสถานการณ์ “เสื้อแดง”
ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนเมษายน 2552 ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553
ยิ่งมากด้วยความแนบแน่น
สถานการณ์ “ปรองดอง” อันมาจาก “คสช.”จึงเป็นความแปลกแยกอย่างหนึ่งเมื่อมองจาก “ประชาธิปัตย์”
“ความหงุดหงิด” จึงบังเกิด


เพราะหากว่าสามารถ “ปรองดอง” กันได้ในทางเป็นจริง นั่นจะนำ มาสู่การแปรเปลี่ยนในทาง “การเมือง”
ฝ่ายที่จะได้ประโยชน์น่าจะเป็นทาง “เพื่อไทย”
เพราะนั่นหมายถึงระยะห่างระหว่าง “เพื่อไทย” กับ “คสช.”จะต้องลดลงโดย “อัตโนมัติ”
ไม่ว่าจะเต็มใจ หรือเสมอเป็นเพียง “พิธีกรรม”
ฝ่ายที่เคยได้ประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งและแตกแยกย่อมจะสูญเสีย
สภาวะ “มาตรฐาน”จะเข้ามาแทนที่ “2 มาตรฐาน”
สถานการณ์รุกไล่อีกฝ่ายอย่างที่เคยปรากฏในห้วงแห่ง”ประชามติ” ก็ย่อมจะค่อยๆหมดไป
ในเมื่อ “ปรองดอง”อยู่ในสถานะ “ครอบงำ”