หน้าแรก การเมือง สปน.เร่งแก้ปั...

สปน.เร่งแก้ปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อม รณรงค์ ปชช.ช่วยกันแยกขยะ

24.01.17 | 10:12 น.

สปน.เร่งแก้ปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมพร้อมส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบลหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ


เมื่อวันที่ 24 มกราคม นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในปี 2559 ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจราชการกระทรวงได้ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ การจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อม และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับตำบล และจากการตรวจติดตามการดำเนินงานภายใต้แผนงานบูรณาการการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ด้านการจัดการขยะ และปัญหาเฉพาะพื้นที่ พบว่ามีกรณีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่มีการก่อสร้างแล้วเสร็จแต่ไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ และกรณีที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้าง แต่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ รวมจำนวน 18 แห่ง ผู้ตรวจฯจึงได้มีข้อเสนอแนะให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกรมประชาสัมพันธ์ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน นักเรียน ชุมชน และภาคเอกชนให้มีจิตสำนึก เห็นความสำคัญในการลดและคัดแยกขยะต้นทางอย่างจริงจัง

นายจิรชัยกล่าวต่อว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อเสนอแนะดังกล่าว ไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขการดำเนินการในด้านต่างๆ ส่งผลต่อการพัฒนาและนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้ความสำคัญกับการลดปริมาณขยะมูลฝอยโดยการให้ชุมชนมีการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางจากชุมชนนำร่อง และขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ ส่งผลให้ประชาชนเข้าใจและมีทัศนคติที่ดีต่อการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะภายในครัวเรือนของตนเองมากขึ้น ทำให้ปริมาณขยะที่ อปท.ต้องนำไปกำจัดลดลง ประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะ อีกทั้งยังสามารถนำขยะมารีไซเคิลเป็นสิ่งประดิษฐ์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้ดำเนินการในด้านการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล โดยได้มีการตรวจติดตามใน 3 เรื่อง คือ 1.มาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน 2.การสนับสนุนการจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตรให้แก่กลุ่มสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรตามมาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และ 3.มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท

“จากการตรวจติดตามในปีที่ผ่านมา พบว่าการดำเนินโครงการภายใต้มาตรการทั้ง 3 มาตรการ บรรลุผลสำเร็จไปได้ด้วยดี ประชาชนมีความพึงพอใจและเป็นไปตามความต้องการของประชาชน ทั้งในลักษณะการสร้างงานสร้างอาชีพ การเพิ่มรายได้-ลดรายจ่าย การสนับสนุนเครื่องมือเครื่องจักรในการทำเกษตร และการซ่อมแซมบูรณะทรัพย์สินที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น การขุดลอกคลองและท่อระบายน้ำ การปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้าน การก่อสร้างสะพาน ซ่อมสร้างถนน ลานตากพืชผลทางการเกษตร อาคารอเนกประสงค์ เป็นต้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ทั้งในด้านรายได้โดยตรงจากการจ้างแรงงาน มีอาชีพเพื่อสร้างรายได้ในระดับบุคคล ระดับครัวเรือน และระดับกลุ่ม ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการทำเกษตร ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงเกิดการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการอุปโภคบริโภค มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น” นายจิรชัยกล่าว

Advertisement