หน้าแรก การเมือง มูลนิธิวีรชน ...

มูลนิธิวีรชน ปชต.แถลงค้าน ครม.ดันช่วงเฉพาะกิจ ซัด คสช.มีเจตนาสืบทอดอำนาจ

19.02.16 | 15:51 น.

วันนี้ (19 ก.พ.) นายแพทย์เหวง โตจิราการ รักษาการรองประธานมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย เผยแพร่คำแถลงให้สื่อมวลชน กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รวบรวมความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญจากกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ แล้วได้มีหนังสือ ที่ นร.0404/1625 ลงนามโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี ถึงประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยเลขานุการประธาน กรธ.เป็นผู้รับหนังสือแทน โดยมีเลขรับ110/59 วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 มีรายละเอียดจำนวน 7 หน้า 16 ประเด็น ซึ่งประเด็นสำคัญอยู่ที่

“ให้จัดทำรัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วง คือช่วงเฉพาะกิจหรือเฉพาะกาลในระยะแรก ซึ่งอาจไม่ยาวนาน โดยใช้หลักเกณฑ์อย่างหนึ่งเสมือนข้อยกเว้นตามความจำเป็นแห่งสถานการณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองแต่อยู่บนพื้นฐานการปกครองของระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง ส.ส.ในระดับหนึ่งอย่างมีดุลยภาพในช่วงเปลี่ยนผ่าน และช่วงที่จะใช้รัฐธรรมนูญในระยะต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับหลักสากลและเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่ลดข้อจำกัดต่างๆ ลงให้มาก ดังนี้น่าจะแก้ปัญหาและอธิบายให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนและนานาชาติได้”

มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตยขอแสดงความเห็นดังนี้

1.รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็เป็นฉบับเฉพาะกิจหรือเฉพาะกาลหรือชั่วคราวอยู่แล้ว การร่างรัฐธรรมนูญให้มีฉบับเฉพาะกิจ/เฉพาะกาลอีก ก็เป็นการพยายามจะยืดโรดแมปออกไป ซึ่งจะทำให้ประชาชนไทยและนานาชาติเห็นถึงเจตนารมณ์ของคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะสืบทอดอำนาจต่อไป อันจะทำให้ภาวะเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศไทยมีความสับสนและเสื่อมลง ดังเช่นที่เป็นมาในระยะปีเศษนี้

2.คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปประเทศยี่สิบปี ซึ่งแต่งตั้งโดย คสช.ชุดนี้ด้วยแล้ว ก็แสดงเจตนารมณ์ว่าคณะ คสช.มีความประสงค์จะสืบทอดอำนาจผ่านการวางนโยบายและทางปฏิบัติผ่านคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯชุดนี้อยู่แล้วอย่างน้อยยี่สิบปี

Advertisement

มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตยเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2540 เป็นอานิสงส์ของการเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนจำนวนนับร้อยเมื่อเหตุการณ์พฤษภาคม ปี 2535 และมาจากการยกร่างโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่เป็นตัวแทนของประชาชนมาจากทุกจังหวัด และผ่านการเห็นชอบของรัฐสภา จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแท้จริง ถ้ามีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขจากระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบยี่สิบปีก็ควรดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนี้ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนไทยและนานาชาติมากกว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชนเลย