หน้าแรก การเมือง อดีตเลขาฯสมช....

อดีตเลขาฯสมช. ยกโพลชี้ชัด รบ.ทำสวนทาง คนมองศก.วิกฤต แต่ดันเพิ่มงบให้กองทัพ

20.01.24 | 13:19 น.

อดีตเลขาฯสมช. ยกโพลชี้ชัด รบ.ทำสวนทาง คนมองศก.วิกฤต แต่ดันเพิ่มงบให้กองทัพ  

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2567 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า รัฐบาลได้ใช้ความพยายามอธิบายความว่า เศรษฐกิจของประเทศได้เริ่มเข้าภาวะวิกฤต จำเป็นต้องผลักดันนโยบายการกู้เงิน 5 แสนล้านบาท มาทำโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อเกิดการใช้จ่ายเงินกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวโดยเร็ว ซึ่งผลโพลจากสื่อบางสื่อชี้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต แต่จากการพิจารณาจัดสรรงบประมาณปี 2567 ของกระทรวงกลาโหม (กห.) รัฐบาลกลับปฏิบัติย้อนแย้งในตัวเอง เพราะไม่ได้ปรับลดงบของ กห.ลง แถมกลับไปเพิ่มให้อีกต่างหาก งบของ กอ.รมน.ก็มิได้ปรับลด ไม่ตรงปกตามที่หาเสียงไว้กับประชาชนว่าจะมีการปรับลดงบฝ่ายความมั่นคงไปเสริมสร้างทางเศรษฐกิจ เหตุนี้รัฐบาลจึงทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเองเสียเอง

ต่อประเด็นสถาบันหลักตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งก่อพลานุภาพให้เกิดภราดรภาพของชนในชาติ นโยบายการปกป้องสถาบันจึงสำคัญยิ่งที่รัฐบาลพึงสร้างความเข้าใจต่อประชาคมทุกภาคส่วนให้เข้าใจเป็นเนื้อเดียวกัน ขณะเดียวกันในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐก็พึงให้ยึดหลักปฏิบัติพื้นฐานง่ายๆ นั่นคือเมื่อใดก็ตามที่เจ้าหน้าที่รัฐได้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความยุติธรรมหรือบริการอื่นๆ ต่อพี่น้องประชาชน และผลของการปฏิบัติหน้าที่นั้นได้รับการยกย่องชมเชยจากประชาชนว่ามีความเป็นธรรม ยุติธรรมและเมตตาธรรม นั่นหมายถึงว่าท่านได้เป็นผู้ปกป้องสถาบันอย่างดีเยี่ยมแล้ว แต่ความจริงของสังคมประชาธิปไตยไทยในยามนี้มันเป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะปรากฏการณ์คดีความที่เกี่ยวกับสถาบัน ประชาชนต่างตั้งข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของขบวนการยุติธรรมนั้น แสร้งไปเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องสถาบันไปคนละมุมกับหลักปฏิบัติพื้นฐานที่กล่าวมาแล้วข้างต้นหรือไม่