นายกฯ รับปากให้ อย.เข้ามาดูแลลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตสินค้าชุมชน ลดขั้นตอนสินค้าออกสู่ตลาดง่ายขึ้น ‘มอบ’ จุลพันธ์ธ.ก.ส. ดูแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมขอบคุณเจ้าสัวสละเวลาร่วม ทำเวิร์คช็อปเกษตรกร “เชื่อ”สินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกได้ ด้าน ceo คิงพาวเวอร์ ประกาศพร้อมช่วยพัฒนากลุ่มชุมชนเต็มที่
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 20 มกราคม ที่อาคารอเนกประสงค์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เยี่ยมชมสินค้าและผลิตภัณฑ์จากโครงการตามพระราชดำริ โดยมีผู้เรียนหลักสูตรรวมมิตร และมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมด้วย
โดยนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งโพรงจากดอกกาแฟ ซึ่งนายกฯกล่าวว่า จะซื้อผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งฯ และไม่ได้ซื้อแค่ล็อตเดียวแต่จะซื้อตลอดไป
นายกรัฐมนตรียังได้เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนป่าต้นผึ้ง ผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจากไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์จากเมี่ยงและผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์จากใบไม้ และยังได้เซ็นชื่อลงในจานเครื่องปั้นศิลาดลที่มีภาพของตัวเองอุ้มช้างที่ทำจากศิลาดล ซึ่งเป็นภาพเมื่อครั้งที่นายกฯเคยลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนมอบพันธุ์ปลาเพื่อปล่อยลงเขื่อนแม่กวงอุดมธารา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯได้แวะชิมน้ำอัญชันมะนาว และได้เรียกบรรดานักธุรกิจที่ร่วมคณะโดยแนะนำให้บางกอกแอร์เวย์สนำเสิร์ฟบนเครื่องบินด้วย เพราะการบินไทยมีบริการบนเครื่องแล้ว จากนั้นนายกฯกล่าวหยอกล้อติดตลกว่าตอนนี้เลิกกินเฉาก๊วยแล้วเพราะมีสุนัขที่บ้านชื่อเฉาก๊วย
จากนั้นนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมการแบ่งกลุ่มเวิร์กช็อปของกลุ่มรวมมิตรกับเกษตรกรชุมชน ที่นำผลิตภัณฑ์การเกษตรมาแปรรูป อาทิ ผลิตภัณฑ์แปรรูปประเภท กระเทียม มะม่วง ผักกาดเขียว ผลิตภัณฑ์แปรรูปประเภทอ้อย ผลิตภัณฑ์แปรรูปประเภทเห็ดสมุนไพร กบนา เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเวิร์กช็อปนายกฯ ได้รับการร้องขอจากชุมชนและตัวแทนกลุ่มรวมมิตรว่า สิ่งที่ติดขัดตอนนี้คือเรื่องของแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคเรื่องขั้นตอนขอใบอนุญาตจากองค์การอาหารและยา (อย.) ซึ่งทำให้การตลาดยังมีปัญหาในเรื่องของมาตรฐาน ทำให้เกิดปัญหาในการนำผลิตภัณฑ์ไปเสนอขายทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่ความจริงชุมชนมีสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน จนบางครั้งต้องเสียโอกาสให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับปากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเร่งบูรณาการ พร้อมยอมรับว่าในเรื่องของ อย.มีปัญหามาก โดยเฉพาะเรื่องขั้นตอนต่างๆ ส่วนเรื่องแหล่งเงินทุน ได้มอบหมาย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ดูแล และจะมอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้ามาดูแลในเรื่องการหาแหล่งเงินทุนให้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังชมการทำเวิร์กช็อป นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการบริหารคิงเพาเวอร์ ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่ได้นำกลุ่มรวมมิตรมารับฟังปัญหาของเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรงซึ่งเห็นได้ชัดว่าพวกเราในฐานะภาคธุรกิจ เรามีโอกาสที่จะช่วย อย่างเช่นการแปรรูปสินค้าเกษตรก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าได้อีกมาก อีกทั้งผลิตภัณฑ์ก็จะไม่เน่าเสีย หากสามารถนำทุกภาคส่วนมาช่วยกัน ก็จะสามารถช่วยเกษตรกรพัฒนาสินค้าได้มากขึ้น และขอบคุณนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ที่ได้พาพวกเรามาช่วยพัฒนากลุ่มชุมชนและหวังว่าจะได้ช่วยเหลือตรงนี้เพิ่มขึ้น
ด้านนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณสมาชิกกลุ่มรวมมิตรทุกคน พร้อมกล่าวว่า คำพูดหลักก็คือเรื่องของโอกาส ซึ่งตนเชื่อว่าชุมชนพื้นที่แห่งนี้ต้องการแค่โอกาส การลงพื้นที่ครั้งนี้ที่มีนักธุรกิจระดับท็อปจากทั่วประเทศเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านการค้าขาย เชื่อว่าจะเป็นการสร้างให้กับเกษตรกรในชุมชนอย่างมาก ตนดีใจและขอขอบคุณจากใจจริงที่ทุกคนสละเวลามาช่วยดูแลชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อสร้างโอกาส

จากนั้นนายเศรษฐาแถลงข่าวโดยย้ำว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดี ขอใช้คำว่าสังคมไทยเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นแนวคิดของรัฐบาลนี้ร่วมกับผู้อำนวยการหลักสูตรรวมมิตร ซึ่งเราได้มาร่วมมือกันในวันนี้เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนและช่วยเหลือสินค้าในโครงการพระราชดำริ ต้องขอเท้าความตอนที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารจัดการประเทศเราได้มาเยี่ยมชมโครงการห้วยฮ่องไคร้ โดยมากับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และเห็นศักยภาพของโครงการพระราชดำริว่าสามารถที่จะต่อยอดทำอะไรได้อีกเยอะ เป็นโครงการที่ดีแต่ยังขาดทำการตลาด พอดีผู้อำนวยการหลักสูตรรวมมิตรได้เชิญตนไปพูดที่หลักสูตร ซึ่งตนก็บอกว่าได้แต่ขอให้ตนมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรนี้ไปด้วย จึงได้เรียนเชิญคณะนักเรียนนักศึกษา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทั้งหลายได้สละเวลา ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่สุดของเขาให้มาลงพื้นที่พระราชดำริให้มาเข้าใจและศึกษาปรัชญาในการทำโครงการพระราชดำริ และเข้าใจความต้องการของพี่น้องประชาชนหลายๆ ท่านที่ประสบปัญหาอยู่ และยังไม่สามารถไปถึงศักยภาพที่เขาสามารถไปได้ ซึ่งส่วนมากในเรื่องของการทำตลาด วันนี้จึงได้มาพูดคุยกัน ทางนักศึกษารวมมิตรก็มาทำเวิร์กช็อปและหาทางออกให้กับพี่น้องที่ทำการค้าขายทางด้านสินค้าเกษตรได้เยอะมาก
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คิดว่าคงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการที่หลักสูตรต่างๆ น่าจะเอาไปพัฒนา และเอาไปเป็นเยี่ยงอย่างในการที่จะทำเรื่องนี้กันต่อไป ซึ่งสินค้าในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น OTOP สินค้าโครงการพระราชดำริหรือสินค้าพี่น้องประชาชนคนไทยในหลายจังหวัดมีศักยภาพสูง มีความต้องการสูง แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงตลาดได้ ฉะนั้นที่เรายืนอยู่บนเวทีนี้เชื่อว่าจะสามารถเปิดตลาดโลกให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนได้ ดังนั้นต้องขอบคุณข้าราชการทุกท่าน ผู้อำนวยการฯ นักเรียนร่วมมิตรทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนในวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนคณะนายกฯมาถึง ได้มีกลุ่มเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม-เงา-เมย-สาละวิน ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ผ่านศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอให้เพิกถอนโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และขอให้เพิกถอนรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และขอให้ยุติการดำเนินการทุกโครงการที่เกี่ยวข้อง โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่องเพื่อดำเนินการต่อไป
ระหว่างลงพื้นที่นำคณะนักธุรกิจชั้นนำของประเทศเยี่ยมชมโครงการและทำเวิร์กช็อปร่วมกับเกษตรในชุมชน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความว่า การทำ Business Matching ระหว่างเกษตรกรรายย่อยกับผู้ขายรายใหญ่ นำสินค้าชุมชน สู่มือผู้บริโภคโดยตรง แบบ Farm to Table เป็นการตัดตอนพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น โดยตลาดจริงใจเป็นหนึ่งภาคเอกชนที่สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนได้กว่า 295 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา
“อีกอย่างที่ผมสนใจคือ เมล็ดกาแฟซึ่งเป็นผลผลิตที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนืออย่างมาก ผมได้ชิมกาแฟจาก 1 ในร้านกาแฟจากผู้ประกอบการรายย่อยที่ร่วมงาน Chiang Mai Coffee Week รสชาติดีเลยครับ ดังนั้น หน้าที่ผม คือพาเกษตรกรรายย่อยกับผู้ขายรายใหญ่มาเจอกันให้มากที่สุด” นายกรัฐมนตรีระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างลงพื้นที่นำคณะนักธุรกิจชั้นนำของประเทศเยี่ยมชมโครงการและทำเวิร์กช็อปร่วมกับเกษตรในชุมชน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความว่า การทำ Business Matching ระหว่างเกษตรกรรายย่อยกับผู้ขายรายใหญ่ นำสินค้าชุมชน สู่มือผู้บริโภคโดยตรง แบบ Farm to Table เป็นการตัดตอนพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น โดยตลาดจริงใจเป็นหนึ่งภาคเอกชนที่สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนได้กว่า 295 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา
“อีกอย่างที่ผมสนใจคือ เมล็ดกาแฟซึ่งเป็นผลผลิตที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนืออย่างมาก ผมได้ชิมกาแฟจาก 1 ในร้านกาแฟจากผู้ประกอบการรายย่อยที่ร่วมงาน Chiang Mai Coffee Week รสชาติดีเลยครับ ดังนั้น หน้าที่ผม คือพาเกษตรกรรายย่อยกับผู้ขายรายใหญ่มาเจอกันให้มากที่สุด” นายกรัฐมนตรีระบุ










