‘ภูมิธรรม’ โชว์เอ็มโอยูซื้อข้าว-อาหาร 3 คู่ค่ามะกันมูลค่า 1.4 พันล้าน กสิกรคาดปี’67 ชาวจีนเที่ยวไทยมากสุด
เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่โรงแรม Sofitel Los Angeles สหรัฐอเมริกา เวลา 11.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือ (MOU) สินค้าข้าว เพื่อส่งเสริมและผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลกตามนโยบายของรัฐบาล โปรโมตสินค้าไทย โดยเฉพาะข้าว และสร้างเครือข่ายพันธมิตรการค้าและการลงทุน ส่งเสริมภาพลักษณ์ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย โดยเฉพาะอาหารไทย
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ปัจจุบันสหรัฐเป็นประเทศที่ไทยส่งออกเป็นอันดับหนึ่ง มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 17 ของการส่งออกทั้งหมด เป็น 1 ใน 10 ประเทศเป้าหมายเชิงรุกของรัฐบาลที่ต้องการจะสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า ตามนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก โดยวันนี้มีถึง 3 กิจกรรม ได้แก่ ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความร่วมมือ 3 คู่ คาดสร้างรายได้เข้าประเทศ 41 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,435 ล้านบาท ในสินค้าข้าวหอมมะลิ ซอส น้ำมะพร้าว และอาหารกระป๋อง และมอบเกียรติบัตร Thai SELECT แก่ร้านอาหารไทย ในนครลอสแอนเจลิสอีก 9 แห่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมอาหารไทยสู่ตลาดโลก ผ่านนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันมีร้านอาหารที่ได้รับตรา Thai Select อยู่ 1,526 ร้าน โดยอยู่ในสหรัฐมากที่สุด 427 ร้าน
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทย รายงานว่า ประเมินปี 2567 นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้าประเทศไทยจะจบปีที่อันดับ 1 ได้ โดยอาจมีจำนวน 5.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ มีจำนวน 3.5 ล้านคน เนื่องจากจังหวะการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนมีศักยภาพเร่งตัวขึ้นได้ ต่อเนื่องถ้าเทียบกับก่อนโควิดที่มีจำนวน 11 ล้านคน ประกอบกับทางการจีนประเมินว่าเส้นทางการบินระหว่างประเทศจากจีนและประเทศต่างๆ จะฟื้นตัวกลับมาราว 80% เมื่อเทียบกับก่อนโควิด นอกจากนี้ Fliggy แพลตฟอร์มออนไลน์ด้านการท่องเที่ยวในจีน ระบุว่า ปริมาณการค้นตั๋วเครื่องบินมายังไทยเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าทันทีหลังมีข่าวมาตรการวีซ่าถาวร
ศูนย์วิจัยรายงานว่า ช่วงวันที่ 1-14 มกราคม 2567 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย แซงขึ้นมาเป็นอันดับ 1 โดยมีจำนวน 186,424 คน ผลมาจาก 1.ปัจจัยด้านฤดูกาล ที่ชาวจีนมักเดินทางท่องเที่ยวช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งปี 2567 นี้ตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์
2.ผลบวกจากมาตรการวีซ่าฟรี ช่วงวันที่ 25 กันยายน 2566 สิ้นสุด 29 กุมภาพันธ์ 2567 เอื้อให้การเดินทางสะดวกขึ้น ขณะที่ช่วงวันที่1-14 มกราคม 2566 ทางการจีนเพิ่งเริ่มเปิดประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจึงมีน้อย
ศูนย์วิจัยรายงานว่าเสริมว่าในระยะสั้นต้องติดตาม 3 ประเด็น คือ 1.ช่วงก่อนและหลังตรุษจีน จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเร่งตัวมากน้อยเพียงใดจากช่วงครึ่งเดือนแรกของมกราคม 2.ข้อสรุปเรื่องมาตรการวีซ่าถาวรจากทางการทั้งสองประเทศ จะมาทันหลังมาตรการวีซ่าฟรีชั่วคราวหมดในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์หรือไม่ 3.บรรยากาศและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวจีนในไทย หากทุกฝ่ายสามารถรักษาและกระตุ้นการทำการตลาดได้ตรงจุด ก็น่าจะเป็นผลบวกต่อโมเมนตัมการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนได้
ศูนย์วิจัยรายงานต่อว่า การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนสู่ระดับก่อนโควิดคงต้องใช้เวลา เพราะยังมีความท้าทายด้านเศรษฐกิจจีนอาจกระทบต่อความต้องการเดินทางระหว่างประเทศในจังหวะที่ค่าเดินทางท่องเที่ยวยังสูง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีความเปราะบางด้านรายได้และเงินออม สะท้อนจากการที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวในเอเชียส่วนใหญ่ยังไม่กลับไปสู่ระดับก่อนโควิด และไปข้างหน้าการแข่งขันกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ก็พยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน จะมีผลต่อเส้นทางการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยเช่นกัน

