หน้าแรก การเมือง มธ.จัด 2 ทศวร...

มธ.จัด 2 ทศวรรษแห่งการแบ่งปัน วิชา ขอทุกภาคส่วนร่วมขจัดคอร์รัปชั่น

21.01.24 | 16:59 น.

มธ.จัด 2 ทศวรรษแห่งการแบ่งปัน วิชา ขอทุกภาคส่วนร่วมขจัดคอร์รัปชั่น

มธ. จัด 2 ทศวรรษแห่งการแบ่งปัน “วิชา” ขอทุกภาคส่วนร่วมขจัดคอร์รัปชั่น ชี้คนต้องการอภิสิทธิ์ เพื่ออยู่เหนือหัวคนอื่น ด้าน “ศิริกัญญา” ชี้ความยากจนถือเป็นอาหารอันโอชะของคนอยากคอร์รัปชั่น แนะอย่าแช่แข็งเกษตรกรด้วย ส.ป.ก.

เมื่อวันที่ 21 มกราคม เวลา 14.00 น. ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดงาน 2 ทศวรรษแห่งการแบ่งปัน 9 ทศวรรษแห่งการสร้างสรรค์สังคม เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี กองทุนทำบุญวันเกิดกับธรรมศาสตร์ และ 90 ปี การสถาปนามหาวิทยาลัย โดยมีทั้งศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันเข้าร่วมงาน

ทั้งนี้เวลา 14.50 น. เป็นเวทีเสวนาพิเศษ “มุมมองฅนธรรมศาสตร์ มองปัญหาสู่ทางออกสังคมไทย ปัญหาคอร์รัปชั่น เศรษฐกิจและตำรวจ” โดยศิษย์เก่าธรรมศาสตร์หลายรุ่น ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)นายวิชัย ทองแตง ทนายความ และนักลงทุน และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมเสวนา

นายวิชา กล่าวว่า เรื่องคอร์รัปชั่นในเมืองไทย เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนแม้กระทั่งเด็ก เยาวชน จะต้องมีส่วนร่วมและเข้าใจปัญหาคอร์รัปชั่น ว่าเป็นปัญหาที่ร้ายแรงครอบคุลมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ทำให้มีการแย่งชิงผลประโยชน์กันระดับโลก ทำให้กระทบการพัฒนาและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้

Advertisement

“ไม่ว่าจะโครงการอะไรจะพบว่า มีเงินตกล่นเป็นเงินทอนเยอะแยะ เหลือไม่คุ้มกับการทำประโยชน์ให้กับประชาชน ทำให้ประเทศไม่สามารถขจัดความยากจนได้ เพราะมีการบั่นทอนการแก้ปัญหา รวมถึงความเหลื่อมล้ำในความยุติธรรม เพราะเราไม่อยากให้ความยุติธรรมแก้ใครนอกจากพวกเดียวกันเอง และการเลือกปฏิบัติก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนษยชน มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งก่อให้เกิดดีเอ็นเอของไทย เพราะต้องการอภิสิทธิ์ชน เพื่ออยู่เหนือหัวคนอื่น และต้องการเหยียบคนที่ต่ำต้อยกว่าจนโงหัวไม่ขึ้น”

นายวิชา กล่าวอีกว่า ยิ่งนักการเมืองถูกซื้อขายด้วยผลประโยชน์ ด้วยเงิน หรือการผ่อนคลายประชาธิปไตย เรื่องความไม่เชื่อถือ ศรัทธาในองค์กรตรวจสอบการทุจริต จะพบว่าประชาชนมีความรู้สึกว่าตัวเองแปลกแยก และการมีส่วนร่วมประชาชนก็รู้สึกว่าจะไปร่วมทำไม หากไปร่วมกิจกรรมก็ถูกจับตามอง ทำให้ประชาชนรู้สึกท้อแท้ ซึ่งเกิดมาจากการพัฒนการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพ การพัฒนามีอยู่อย่างจำกัด คนจนถูกฆ่าตายแบบป้าบัวผัน นี่คือเยื่อของการพัฒนา ดังนั้นการร่างกฎหมายต้องร่างด้วยหัวใจ ศีลธรรมและความซื่อสัตย์ สุจริต

ขณะที่นายวิชัย กล่าวว่า ประเทศไทยตกอยู่ในกับดักบางอย่าง คือ เส้นแบ่งความยากจน (Poverty Line) เพียง 3 หมื่นกว่าบาท ที่คนส่วนใหญ่ในประเทศอยู่ในกับดักดังกล่าว จนเป็นประเทศกำลังพัฒนามากว่า 20 ปี ซึ่งส่วนตัวรับไม่ได้ ประชาคมธรรมศาสตร์ไม่ยอมรับเรื่องความเหลื่อมล้ำ สำหรับหลักในการดำเนินธุรกิจ มีดังนี้ “Execution” คือ การลงมือปฏิบัติทำให้บรรลุผล และ “Implementation” คือ กระบวนการที่เริ่มตั้งแต่เอาความคิดมาวางแผนขึ้นโครงการ ให้สามารถลงมือทำและเป็นจริงได้

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำและคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องหลักของรัฐบาลที่ต้องแก้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รัฐบาลจะต้องย้อนกลับไปเรื่องความเหลื่อมล้ำเสมอ ซึ่งคนรวยกับคนจนยิ่งถ่างออกไปเสนอ ทำให้ต้องมีดิจิตอลวอลเล็ตออกมาการที่จะไปขจัดความยากจน ซึ่งเป็นอาหารกันโอชะของคนที่อยากจะคอร์รัปชั่น วิธีการที่จะหาทางออกในเรื่องนี้ เราก็ต้องพยายามทำให้การอุดหนุนน้อยลง หยุดแช่แข็งภาคเกษตร

อีกด้านการให้ ส.ป.ก. เหมือนเป็นการกักขังให้เขาอยู่เฉพาะภาคเกษตร เพราะคนที่ได้ ส.ป.ก. อาจจะไม่อยากทำเกษตรตลอดชีวิต เขาอาจจะอยากขายของหน้าบ้าน หรือทำโฮมสเตย์ ต่ก็ทำไม่ได้ จึงเหมือนเป็นการแช่แข็งภาคเกษตร จึงควรต้องมีการปลดล็อกหยุดแช่งแข็ง ต้องคิดเสมอว่าไม่ควรให้เขาอยู่ในภาคเกษตรตลอดชีวิต และทำให้เขาหลุดพ้นจากบ่วงนี้ไปให้ได้

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า การลงทุนของประเทศทั้งเอกชน และภาครัฐของไทย ทุกวันนี้แม้จะผ่านวิกฤตโควิด แต่ก็ยังไม่ฟื้นตัวอยู่ในระดับก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง การลงทุนมีน้อย การพัฒนาฝีมือก็ยังอยู่แบบเดิมๆ สำหรับภาคธุรกิจไทย เป็นการลงทุน เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการผูกขาดผ่านคอร์รัปชั่น เพราะความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในนวัตกรรม ดังนั้นปัญหาเศรษฐกิจของไทยเป็นเรื่องการของเศรษฐกิจในประเทศอ่อนแอ คำตอบยังเป็นเรื่องของการแจกเงินหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นมาในระยะสั้น

“ทางออกจะยังเป็นการแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่หรือเปล่า แต่หัวใจสุดท้ายอยู่ที่ Execution หรือ Implementation ลำพังตัวฉันเองและ ป.ป.ช. ก็ไม่อาจขัดขวางโครงการใหญ่ของรัฐบาลได้ ไม่ว่าคิดมาดีแค่ไหนแต่ถ้าตกม้าตาย ต่อให้ใครก็ช่วยไม่ได้ ไม่มีใครทำให้โครงการล้มได้นอกจากตัวท่านเอง” รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว