09.00 INDEX เส้นทาง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เส้นทาง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ในความเชื่อมั่นของพรรคก้าวไกลว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะรอดพ้นจากข้อกล่าวหาที่จัดวางโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
อย่าลืมเป็นอันขาดต่อกรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคอนาคตใหม่ก็เคยมีความเชื่อมั่นในลักษณาการเดียวกัน
แต่ในที่สุดแล้ว “ผล”ของการ “วินิจฉัย” ออกมาอย่างไร
ต้องยอมรับว่าพื้นฐานแห่งข้อกล่าวหา ไม่ว่าจะต่อ นายธนา ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่าจะต่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีรากฐานมาอย่างเดียวกัน
นั่นก็คืออยู่ในพรมแดนแห่ง “สื่อ”
จะแตกต่างก็เพียงแต่กรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นสื่อ “สิ่งพิมพ์”
ขณะที่ในกรณีของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นสื่อ”โทรทัศน์”
ความเชื่อมั่นของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อยู่บนความจริงที่ว่านิตยสาร “วีลัค” ได้เลิกไปแล้ว
ความเชื่อมั่นของ นายพิธา ลิ้ม เจริญรัตน์ อยู่บนความจริงที่ว่าโทรทัศน์ “ไอทีวี” ไม่มีอยู่แล้ว
แต่ผลที่ออกมาก็คือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญส่วนข้างมากยังเชื่อว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังถือหุ้น”สื่อ”อยู่
เมื่อ“วีลัค”เป็นเช่นนี้ แล้ว“ไอทีวี”จะเป็นเช่นไร
ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประสบแทบมิได้แตกต่างไปจากสถานการณ์ที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประสบแม้แต่น้อย
เป้าประสงค์ของ“ข้อกล่าวหา”คือ ไม่ต้องการให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้แสดงบทบาทใน “รัฐสภา”
จะแตกต่างอยู่บ้างก็เพียงระยะเวลาในการจัดการ นั่นก็คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกจัดการโดยพลัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นเฉียบขาด ยึดมั่นในหลักการแน่วแน่
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มีเวลาอยู่ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำไปก็จำเป็นต้องหิ้วกระเป๋าอำลาจากไป
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อาจจะอยู่ในยุคที่ประธานสภามาจากพรรคประชาชาติ และเคยเป็นพันธมิตรในแนวร่วมฝ่ายค้าน
แต่เมื่ออยู่เบื้องหน้าศาลรัฐธรรมนูญจะมีความแตกต่างหรือ
หากทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดการกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ชัดเจนอย่างยิ่ง
ชัดเจนว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็อาจเป็นเช่นเดียวกัน
ยิ่งเมื่อเห็นความเชื่อมั่นที่พรรคอนาคตใหม่เคยมีมาเปรียบกับความเชื่อมั่นที่พรรคก้าวไกลสำแดงออก ยิ่งก่อให้เกิดคำถาม
ไม่ว่ามองผ่านพรรคอนาคตใหม่
ไม่ว่ามองผ่านพรรคก้าวไกล

