แบกไม่ไหว! ‘ไชยา’ เจอเกษตรกรร่ำไห้ หวังจับมือ ‘ธ.ก.ส.’ ปลดทุกข์ชาวไร่ ส่งออกวัวไปจีน

แบกไม่ไหว! ‘ไชยา’ เจอเกษตรกรร่ำไห้ หวังจับมือ ‘ธ.ก.ส.’ ปลดทุกข์ชาวไร่ ส่งออกวัวไปจีน

‘รมช.กษ.’ จี้ ‘ทุกข์ของชาวนา คือทุกข์ของแผ่นดิน‘ ห่วงเกษตรกร รายได้น้อยจ่ายยับ-เร่งสร้างศูนย์กักกันโรค ส่งออกวัว-หมู สู่ตลาดนอก

เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนา ”Thailand 2024 : The Great Challenges เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส”

โดยเมื่อเวลา 13.40 น. เข้าสู่การสัมมนาช่วงที่ 2 ‘ลดรายจ่าย ลดเหลื่อมล้ำ’ เริ่มจากเวทีแรก ‘มิติใหม่ ปราบผู้มีอิทธิพล แก้หนี้ แก้จน ปลดหนี้เกษตรกร ได้จริง ? โดย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินรายการโดย นายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร

Advertisement
นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายไชยากล่าวว่า ตนเชื่อว่าทุกคนไม่เคยไม่เป็นหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ก้อนเล็ก หรือหนี้ก้อนใหญ่ ตนก็เคยประสบปัญหาชีวิตที่เป็นหนี้มาก่อน มันทรมานมาก นอนไม่หลับ กินอาหารไม่อร่อย จนถูกฟ้องล้มละลาย

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้เกษตรกร ก็ถูกตกอยู่ในสภาวะของการเป็นหนี้อย่างมาก ทั้งในระบบและนอกระบบ การที่ซ้ำเติมความทุกข์ยาก ความลำบากในชีวิตเกษตรกร นั่นคือสภาพ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรแก้ไข” นายไชยากล่าว

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า เกษตรกรในประเทศไทย ทำอาชีพมาค่อนชีวิต แต่ไม่ร่ำรวย เพราะมีหนี้ พอไม่มีเงินก็ต้องไปกู้ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

นายไชยากล่าวว่า การพักหนี้ เป็นนโยบายควิกวิน ของรัฐบาลที่ให้โอกาสคนที่ด้วยโอกาสทางสังคม คนส่วนใหญ่ในประเทศมีอาชีพเกษตร เขาทำไร่ ทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ วิถีชีวิตก็ยังลำบากอยู่ คำว่า ‘ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน‘ คำนี้คือเป็นเหมือนสัจธรรม และอมตะนิรันดร์กาล ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย

วันนี้เป็นภาระของรัฐบาลนโยบายพักหนี้เกษตรกร คือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา ว่า ‘เราจะเริ่มต้นให้เขายืนบนขาตัวเองได้อย่างไร’ นโยบายพักหนี้ เป็นการให้โอกาสในภาระก่อนหน้านี้ที่เศรษฐกิจย่ำแย่ ตั้งแต่โควิด สถานการณ์การค้าต่างๆ ภาคธุรกิจก็ประสบปัญหาเช่นกัน

“แต่คนที่ด้อยโอกาสที่สุดคือเกษตรกร นโยบายพักหนี้คือ ‘การได้ยืดเวลาหายใจของเขา’ การพักต้น พักดอก และพักแล้วเขาจะได้อะไร เขาจะได้เวลาเตรียมตัวหรือเปล่า จริงๆ แล้วรัฐบาลมอบโอกาสให้เขายืนบนขาตัวเองให้ได้ ให้เขาปลอดหนี้ ปลอดเงินต้น ทางกระทรวงเกษตรก็ต้องทำงานหนัก” นายไชยากล่าว

นายไชยากล่าวต่อว่า การทำงานกระทรวงเกษตร นั่นคือ ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ของเกษตรกร เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรต้องส่งเสริมให้เขา ต้องลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส

นายไชยากล่าวต่อว่า นโยบายหนึ่งที่ตนคิดว่าเรารู้ปัญหาที่ต้องการตัดวงจร นั่นคือภาระการเป็นหนี้ของเกษตรกร วันนี้เรามีการปราบสินค้าผิดกฎหมาย อย่างหมูเถื่อน เนื้อเถื่อน วันนี้กระบวนการกำลังทำงานอยู่ เราตัดวงจรทุกสิ่งที่เป็นการซ้ำเติมความเป็นอยู่ของเกษตรกร

“ในวันที่ผมลงพื้นที่ เกษตรกรร้องไห้ในเรื่องของ เนื้อวัว เนื้อหมูขายไม่ได้ ราคาตก เมื่อสินค้าเถื่อนเข้ามา เราต้องแก้ต้องตรงนี้ วันนี้ชาวบ้านลำบาก สมาคมต่างๆ มาหากระทรวงเกษตร ปัญหาที่เขาสะท้อนมา ทำอย่างไรต้องลดต้องทุนการผลิตให้ได้ คือพักรายจ่ายนั่นเอง เพราะฉะนั้น เราจะขับเคลื่อนหน่วยงานของเราอย่างไรให้ทำได้” นายไชยากล่าว

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า การลดรายจ่ายโดยการพักหนี้ ทางกระทรวง มีแผนที่จะดำเนินการอย่างไรบ้าง?

นายไชยากล่าวว่า วันนี้เราต้องการเห็นบทบาทของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เพราะวันนี้ ธ.ก.ส. ต้องทำหน้าที่สนับสนุน และขยายโอกาสได้ด้วย ธ.ก.ส. ทำหน้าที่เป็นธนาคารของประชาชน นอกจากปล่อยสิ้นเชื่อแล้ว เขามีฝากกิจกรรมให้ความรู้ เงินที่ฝากไปแล้วสร้างดอกผลขยายโอกาสให้เขาได้อย่างไร ทำอย่างไรให้เกษตรกรทำ 1 ไร่ให้เป็น 1 แสน

“สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ อยากเห็น กระทรวงเกษตร และ ธ.ก.ส. จับมือกัน ในวันนี้ปราบหมูเถื่อนไปแล้ว เกษตรกร จะอยู่ได้อย่างไร วันนี้ถึงแม้ราคาหมูจะขยับขึ้น แต่ต้นทุนทางหัวอาหารยังสูงอยู่ วันนี้เกษตรกรยังต้องพึ่งพาหัวอาหารจากเอกชน วันนี้กระทรวงเกษตรเองเราต้องทำอย่างไร ให้เขาลดต้นทุนได้ ต้องบริหารจัดการให้ได้ เป็นสิ่งที่ท้าทาย” นายไชยาชี้

เมื่อถามว่า เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจหรือไม่ ในเรื่องหมูเถื่อน?

นายไชยากล่าวว่า หลายคนบอกว่างานนี้ ‘มวยล้มต้มคนดู’ เรายืนยันว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดู กระทรวงเกษตรมีหน้าดูว่าเราต้องจัดการหมูเถื่อนอย่างไร เราลองทำหน้าที่เปิดชื่อคนที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เกิดกระบวนการทำลายเกษตรรายย่อย เกษตรรายใหญ่เขาดูแลตัวเองได้ แต่รายย่อยเขาจะดูแลตัวเองอย่างไร เขาจะขายที่ไหน โรงชำแหละยังอยู่ในภาคธุรกิจเลย

เพราะฉะนั้น เรื่องการเลี้ยงหมู การชำแหละหมูใต้ถุนบ้านคงทำไม่ได้แล้ว สุขอนามัยต้องเป็นไปตามกรมปศุสัตว์ ซึ่งโรงชำแหละอยู่ในภาคธุรกิจหมด เราจะทำอย่างไรให้อยู่ในพี่น้องเกษตรกรได้ นั่นเอง

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า กระทรวงเกษตร อยากเพิ่มรายได้ แต่จุดที่อยากจะเน้นให้พี่น้องเกษตรกร มีโครงการอะไร อย่างไรบ้าง?

นายไชยาระบุว่า ตอนนี้ทำในเรื่องเปิดตลาดสินค้าส่งออก เราจะคิกออฟ ‘โค’ ที่มีชีวิตไปต่างประเทศ ในขณะนี้เราส่งทางรถยนต์ทางชายแดน เราจะต้องการส่งออกทางเรือ วันนี้เราถูกกดราคา ราคาวัวตกต่ำมาก การบริโภคในประเทศเพียงพอแล้ว แต่การส่งออกไม่สามารถส่งออกได้ในวันนี้จากการกีดกัน ตลาดการค้าจีน เวียดนาม ตะวันออกกลาง คือตลาดการค้าโลก

ซึ่ง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กำลังไปคุยกับตลาดการค้าจีน เราต้องการส่งโคไทยที่มีชีวิต ไปประเทศจีน แต่เราถูกกีดกกัดจากโรคทางสัตว์ โรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยเยอะ เราต้องไปส่งช่องทางที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งพ่อค้าไทยต้องส่งไปทางประเทศลาว กักไว้ใช้เวลา 75 วัน เพราะว่า โรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยใช้เวลาฟักต้ว 28 วัน และเราถูกกล่าวหาว่าเป็นประเทศที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งใช้เวลาอีก 45 วัน เราต้องปลอดจากโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยจริงๆ

“ตอนนี้เราต้องการส่งไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเลย แต่จีนต้องมารับรองที่ฟาร์มประเทศเราก่อน เราต้องสร้างศูนย์กักกันโรคเพื่อการส่งออก วันนี้เราใช้ที่เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ วันนี้เรามีที่บางสะพาน ที่นั่นเราใช้ได้ เรามีล่องน้ำลึกและประจวบคีรีขันธ์ เป็นฐานกักกันโรคเพื่อการส่งออก เราต้องทำศูนย์เพื่อการส่งออกไปยังตลาดโรค ประเทศจีน เวียดนาม และตะวันออกกลาง” นายไชยากล่าว

นายไชยากล่าวต่อไปว่า จังหวัดชุมพร ที่นายกได้ไป เรามีโรงเชือดที่เป็นมาตราฐานของโลก เเละเป็นโรงฮาลาล แต่ติดตรงที่ได้แค่ 200 ตัวต่อวัน ผู้ประกอบการยังมีทุนทรัพย์ที่มีขีดจำกัดอยู่ ถ้าเราสนับสนุน จะทำให้กิจการเติบโต ให้เป็นสินค้าแปรรูปพรีเมียมให้ได้

วันนี้ 2 สิ่งที่ผมนำเสนอ คือ เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส ถ้าเราส่งไปต่างประเทศได้ วันนี้หมูราคาตกต่ำ ถ้าวันนี้เรามีออเดอร์มา เราคิกออฟได้ ถ้าเราผลักกันไปต่างประเทศได้ เราจะขยายโอกาสได้มากขึ้น ผู้ประกอบการรายย่อยมีรายได้มากขึ้น มีกลไกด้านเกษตรที่ดีสุด อย่างช้าสุดไม่เกินเดือนมีนาคม เหตุเพราะต้องมีการกักโรค 28 วัน

ด้าน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเสริมว่า คุณพ่อของตนส่งไป ฮ่องกง 105 ตัว ปัญหาคือการกักตัว และที่เขาต้องเป็นคนกัก ถ้าเขากักไม่ได้ดี น้ำหนักจะหายไป

“เราต้องดูเรื่องปัญหาที่มีการกักที่คอก เรื่องของอาหารการกินการดูแล และเรื่องของน้ำหนัก เรียนว่า ถ้าเราไปเริ่มส่งเป็นเนื้อ เรายังสู้ออสเตรเลียไม่ได้ เพราะโรงเชือดเรายังไม่เป็นมาตรฐาน ผมมองว่าเรื่องเกษตรก็มีเรื่องปุ๋ยที่มีราคาแพงอีกเช่นกัน” นายชาดากล่าว

จากนั้น นายไชยากล่าวต่อว่า วันนี้เกษตรต้องพึ่งพาหนี้ร้านปุ๋ย ร้านยาอยู่ เขามีทั้งหนี้นอกระบบและในระบบ ฉะนั้น เราต้องแก้เรื่องหนี้พวกนี้ด้วย และให้เวลากระทรวงเกษตรด้วยเช่นกัน

เมื่อพิธีกรถามถึงประเด็นการปราบผู้มีอิทธิพล ?

นายไชยากล่าวเสริม นายชาดาว่า เรื่องการใช้ชุมชนบำบัด ตนยืนยันว่าได้ผลจริง และเข้าใจปัญหาได้ดีที่สุด ในฐานะ ส.ส.ต่างจังหวัด หลายโครงการที่ชุมชนไม่ได้ใช้มาตรการทางกฎหมาย แต่ใช้มาตรการสร้างความเข้าใจ การที่ให้เขาแสดงตนว่า เขาเป็นผู้ติดยา ให้เขาสมัครใจและไม่ใช้มาตรการทางกฎหมาย เราจะได้คนเหล่านี้ออกมาจากสิ่งที่เป็นวังวน

“ขอฝากท่านชาดา ในฐานะที่กำกับดูแลมหาดไทย เด็กในพื้นที่ของผม มีเด็กที่ติดยา และเข้าร่วมโครงการชุมชนบำบัด คนเหล่านี้ถูกสังคมตีตราว่า ‘อย่าไปยุ่งกับมันนะ พวกนี้เด็กติดยา’

เขาอยากจะมีที่ยืนในสังคม เขามาบอกว่า ผมอยากมีโอกาส เข้าไปมีส่วนร่วมในชุมชน อยากได้รับการยกย่อง ว่าวันนี้เขาไม่ใช่คนติดยา แต่เป็นแค่คนหลงผิดเท่านั้นเอง เขาอยากจะมีโอกาสยืนในสังคม อยากจะมีอาชีพ มีส่วนร่วมได้ทำกิจกรรมที่เป็นสาธารณะประโยชน์ สิ่งเหล่านี้ คนเหล่านี้ ถูกสังคมพยายามผลักดันเขาไปสู่การเป็นผู้ติดยาเสพติดอีก

ดังนั้น สังคมต้องโอบอุ้มคนเหล่านี้เป็นเกราะกำบัง สร้างความอบอุ่นให้แก่เขา ซี่งการใช้ชุมชนบำบัดได้ผลมากกว่ามาตรการอย่างอื่น” นายไชยากล่าว

เมื่อถามถึงสโลแกนส่วนตัวที่อยากบอกประชาชนคนไทย ว่าเราตั้งใจทำงานจริง ?

นายไชยากล่าวว่า ตนอยากเห็นชีวิตของเกษตรกรไทยดีขึ้น

“เมื่อก่อนเป็นอาชีพที่ด้อยโอกาสในสังคม วันนี้ สิ่งผมอยากเห็นในชีวิตความเป็นรัฐมนตรีของผม ยุคนี้เป็นยุคเกษตร ที่จะต้องเป็นเกษตรยุคใหม่ จะต้องเป็นเกษตรที่มีคุณภาพ และอาชีพเกษตรกรรม จะสามารถสร้างรายได้และเป็นหลักประกันในสังคม ในชีวิตให้ได้ นี่คือความใฝ่ฝัน” นายไชยากล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image