‘ไชยา’ ชู ‘สางหนี้’ เกษตรกร ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้

เชื่อว่าทุกคนไม่เคยไม่เป็นหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ก้อนเล็ก หรือหนี้ก้อนใหญ่ ชีวิตที่เป็นหนี้มาก่อน มันทรมานมาก นอนไม่หลับ กินอาหารไม่อร่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ เกษตรกรตกอยู่ในสภาวะของการเป็นหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรแก้ไข
การพักหนี้เป็นนโยบายควิกวินของรัฐบาลที่ให้โอกาสคนที่ด้อยโอกาสทางสังคม คนส่วนใหญ่ในประเทศมีอาชีพการเกษตร วิถีชีวิตยังลำบากอยู่ คำว่า ‘ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน’ คำนี้คือเป็นเหมือนสัจธรรมและอมตะนิรันดร์กาล ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย
วันนี้เป็นภาระของรัฐบาลนโยบายพักหนี้เกษตรกร คือ จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาว่า ‘เราจะเริ่มต้นให้เขายืนบนขาตัวเองได้อย่างไร’ นโยบายพักหนี้ เป็นการให้โอกาส ในภาวะก่อนหน้านี้ที่เศรษฐกิจย่ำแย่ ตั้งแต่โควิด สถานการณ์การค้าต่างๆ ภาคธุรกิจก็ประสบปัญหาเช่นกัน นโยบายพักหนี้คือ ‘การได้ยืดเวลาหายใจ’ การพักต้น พักดอก เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรฯต้องส่งเสริม ต้องลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส
นโยบายหนึ่งที่คิดว่าเรารู้ปัญหาที่ต้องการตัดวงจร นั่นคือ ภาระการเป็นหนี้ของเกษตรกร วันนี้เรามีการปราบสินค้าผิดกฎหมาย อย่างหมูเถื่อน เนื้อเถื่อน เราตัดวงจรทุกสิ่งที่เป็นการซ้ำเติมความเป็นอยู่ของเกษตรกร เกษตรกรร้องไห้ในเรื่องของเนื้อวัว เนื้อหมูขายไม่ได้ ราคาตก เมื่อสินค้าเถื่อนเข้ามา เราต้องแก้ตรงนี้ วันนี้ชาวบ้านลำบาก สมาคมต่างๆ มาหากระทรวงเกษตรฯ ปัญหาที่เขาสะท้อนมา ทำอย่างไรต้องลดต้องทุนการผลิตให้ได้ คือพักรายจ่ายนั่นเอง
วันนี้ เราต้องการเห็นบทบาทของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ต้องทำหน้าที่สนับสนุนและขยายโอกาส ทำหน้าที่เป็นธนาคารของประชาชน นอกจากปล่อยสินเชื่อแล้ว เงินที่ฝากไปแล้ว สร้างดอกผล ขยายโอกาสอย่างไร ให้เกษตรกรทำ 1 ไร่ให้เป็น 1 แสน สิ่งที่อยากเห็นคือ กระทรวงเกษตรฯและ ธ.ก.ส. จับมือกัน ในวันนี้ปราบหมูเถื่อนไปแล้ว เกษตรกรจะอยู่ได้อย่างไร ถึงแม้ราคาหมูจะขยับขึ้น แต่ต้นทุนทางหัวอาหารยังสูงอยู่ เกษตรกรยังต้องพึ่งพาหัวอาหารจากเอกชน กระทรวงเกษตรฯเองต้องทำอย่างไร ให้เขาลดต้นทุนได้ ต้องบริหารจัดการให้ได้ เป็นสิ่งที่ท้าทาย
หลายคนบอกว่างานนี้ ‘มวยล้มต้มคนดู’ ยืนยันว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดู กระทรวงเกษตรฯมีหน้าที่ดูว่าต้องจัดการหมูเถื่อนอย่างไร ลองทำหน้าที่เปิดชื่อคนที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เกิดกระบวนการทำลายเกษตรกรรายย่อย เกษตรกรรายใหญ่เขาดูแลตัวเองได้ แต่รายย่อยเขาจะดูแลตัวเองอย่างไร เขาจะขายที่ไหน โรงชำแหละยังอยู่ในภาคธุรกิจเลย เพราะฉะนั้น เรื่องการเลี้ยงหมู การชำแหละหมูใต้ถุนบ้านคงทำไม่ได้แล้ว สุขอนามัยต้องเป็นไปตามกรมปศุสัตว์ ซึ่งโรงชำแหละอยู่ในภาคธุรกิจหมด เราจะทำอย่างไรให้อยู่ในพี่น้องเกษตรกรได้นั่นเอง
ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ ตอนนี้ทำในเรื่องเปิดตลาดสินค้าส่งออก เราจะคิกออฟ ‘โค’ ที่มีชีวิตไปต่างประเทศ ในขณะนี้เราส่งทางรถยนต์ทางชายแดน เราจะต้องการส่งออกทางเรือ วันนี้เราถูกกดราคา ราคาวัวตกต่ำมาก การบริโภคในประเทศเพียงพอแล้ว แต่การส่งออกไม่สามารถส่งออกได้ในวันนี้จากการกีดกัน ตลาดการค้าจีน เวียดนาม ตะวันออกกลาง คือตลาดการค้าโลก
ซึ่ง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กำลังไปคุยกับตลาดการค้าจีน เราต้องการส่งโคไทยที่มีชีวิตไปประเทศจีน แต่เราถูกกีดกันจากโรคทางสัตว์ โรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยเยอะ เราต้องไปส่งช่องทางที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งพ่อค้าไทยต้องส่งไปทางประเทศลาว กักไว้ใช้เวลา 75 วัน เพราะว่าโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยใช้เวลาฟักตัว 28 วัน และเราถูกกล่าวหาว่าเป็นประเทศที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งใช้เวลาอีก 45 วัน เราต้องปลอดจากโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยจริงๆ

ตอนนี้เราต้องการส่งไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเลย แต่จีนต้องมารับรองที่ฟาร์มประเทศเราก่อน เราต้องสร้างศูนย์กักกันโรคเพื่อการส่งออก วันนี้เราใช้ที่ จ.เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ วันนี้เรามีที่บางสะพาน ที่นั่นเราใช้ได้ เรามีล่องน้ำลึก และประจวบคีรีขันธ์ เป็นฐานกักกันโรคเพื่อการส่งออก เราต้องทำศูนย์เพื่อการส่งออกไปยังตลาดโรค ประเทศจีน เวียดนาม และตะวันออกกลาง
ขณะที่ จ.ชุมพร ที่นายกฯไป เรามีโรงเชือดที่เป็นมาตรฐานของโลก เเละเป็นโรงฮาลาล แต่ติดตรงที่ได้แค่ 200 ตัวต่อวัน ผู้ประกอบการยังมีทุนทรัพย์ที่มีขีดจำกัดอยู่ ถ้าเราสนับสนุน จะทำให้กิจการเติบโต ให้เป็นสินค้าแปรรูปพรีเมียมให้ได้ วันนี้ 2 สิ่งที่จะนำเสนอ คือ เพิ่มรายได้และขยายโอกาส ถ้าเราส่งไปต่างประเทศได้ วันนี้หมูราคาตกต่ำ ถ้าวันนี้เรามีออเดอร์มา เราคิกออฟได้ ถ้าเราผลักดันไปต่างประเทศได้ เราจะขยายโอกาสได้มากขึ้น ผู้ประกอบการรายย่อยมีรายได้มากขึ้น มีกลไกด้านเกษตรที่ดีสุด อย่างช้าสุดไม่เกินเดือนมีนาคม เหตุเพราะต้องมีการกักโรค 28 วัน
วันนี้เกษตรกรต้องพึ่งพาหนี้ร้านปุ๋ย ร้านยาอยู่ เขามีทั้งหนี้นอกระบบและในระบบ ฉะนั้น เราต้องแก้เรื่องหนี้พวกนี้ด้วย และให้เวลากระทรวงเกษตรฯด้วยเช่นกัน
“อยากเห็นชีวิตของเกษตรกรไทยดีขึ้น เมื่อก่อนเป็นอาชีพที่ด้อยโอกาสในสังคม วันนี้สิ่งที่อยากเห็นในชีวิตความเป็นรัฐมนตรีนี้ คือ ยุคนี้เป็นยุคเกษตร ที่จะต้องเป็นเกษตรยุคใหม่ จะต้องเป็นเกษตรที่มีคุณภาพ และอาชีพเกษตรกรรม จะสามารถสร้างรายได้และเป็นหลักประกันในสังคม ในชีวิตให้ได้ นี่คือความใฝ่ฝัน” นายไชยากล่าว

