09.00 INDEX กรรมาธิการ ‘ธุรกิจ’ กองทัพ ก้าวเล็ก แต่มากความหมาย
มติในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบกับการจัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพคืนให้กับรัฐบาล เป็นมติที่มีลักษณะก้าวหน้า
ไม่ว่าจะเทียบกับสภาผู้แทนราษฎรยุคหลังการเลือกตั้งเดือน มิถุนายน 2535 หรือหลังการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544
นี่ย่อมถือได้ว่าเป็นความริเริ่มอย่างสร้างสรรค์อันมาจากส.ส. พรรคพลังประชารัฐ นี่ย่อมถือได้ว่าเป็นความริเริ่มอย่างสร้างสรรค์อันมาจากส.ส.พรรคก้าวไกล
อย่างน้อยที่สุดการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าของกองทัพเรือที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก็ได้มีการพูดถึงอย่างละเอียด อย่างน้อยที่สุดการดำเนินธุรกิจของกองทัพบนที่ดินราชพัสดุก็มีการอภิปรายอย่างละเอียด
แม้ในเบื้องต้นมีความต้องการจะมีมติมอบหมายให้แต่ละข้อ เรียกร้องไปอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมาธิการการทหาร แต่ก็ประนีประนอมกันได้ในลักษณะกรรมาธิการ ”วิสามัญ”
ยิ่งเห็นการเสนอชื่อคณะกรรมาธิการไม่ว่าจะมาจากรัฐบาล ไม่ว่าจะมาจากพรรคก้าวไกล ยิ่งน่าสนใจ
คณะกรรมาธิการนี้อาจเป็น ”ก้าวเล็ก” แต่มี ”ความหมาย”
หากมองจากสัดส่วนของคณะกรรมาธิการจำนวน 25 คน เป็นของคณะรัฐมนตรี 6 พรรคเพื่อไทย 5 พรรคภูมิใจไทย 3 พรรคพลังประชารัฐ 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ 1 พรรคชาติไทยพัฒนา 1
ขณะที่กรรมาธิการจากพรรคฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรคก้าวไกล 6 พรรคประชาธิปัตย์ 1
ฝ่ายรัฐบาล 18 คน พรรคฝ่ายค้าน 7 คน ก็ชัดเจน
ชัดเจนว่าตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจะต้องเป็นของฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน กระนั้นหากมองไปยังแต่ละรายชื่อของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ไม่ควรมองข้าม
ไม่ว่าจะเป็น 3 นายทหารจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ หากแต่ยังมีนักวิชาการอย่าง นางพวงทอง ควัคพันธุ์ หากแต่ยังมีนักการเมืองอย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
มีความมั่นใจว่า นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ จะได้รับการเสนอชื่อ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้
ต้องยอมรับว่าการเกิดขึ้นของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการถ่ายโอนธุรกิจกองทัพคืนสู่รัฐบาลคือหัวเลี้ยวสำคัญ
หากไม่มีความคิด ”ประนอม” ประโยชน์จะไม่มีโอกาสเกิดขึ้น
เพราะลักษณะแห่ง ”คณะกรรมาธิการ” เป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ระหว่างตัวแทนจากกองทัพกับนักการเมืองเพื่อศึกษาและหาทางออก
แม้จะเสมอเป็นเพียง ”การศึกษา” แต่กระบวนการในการศึกษาก็เป็นอีกก้าวที่พัฒนาของการเมืองไทย

