พี่ศรีเหนื่อยแน่! จ่อขยายผลบัญชีม้า ทีมศรีสุวรรณ ‘บิ๊กเต่า’ ค้านประกัน หลักฐานชัด

จ่อขยายผล ไล่สอบบัญชีม้า ทีมศรีสุวรรณ บิ๊กเต่า ค้านประกัน หลักฐานชัด ตามมา 4 เดือน ชี้กลุ่มนี้เหนื่อยแน่

กรณีที่ตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เข้าจับกุม นายศรีสุวรรณ จรรยา กรณีข่มขู่เรียกรับเงิน เจ้าหน้าที่รัฐแลกกับการไม่ร้องเรียนหรือกลั่นแกล้งไม่ถูกตรวจสอบ ตามข้อร้องเรียนของ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว รวมถึง ฝ่ายการเมือง โดยมีรายงานว่ามีชื่อ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และ น.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 26 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมกับ ตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึง ปฏิบัติการ “หยุดเถอะครับ”

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงคดีดังกล่าวระบุว่า เรื่องนี้ ข้าราชการคนหนึ่ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงลุกมาต่อสู้เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรี อธิบดี ยืนยันในข้อเท็จจริงว่า กลุ่มพวกนี้ไปร้องเรียนไม่เป็นความจริง มีการคุย เคลียร์เจรจานอกรอบ แต่ยังยืนยันที่จะให้ดูแล 3 โล มีการต่อรองเหลือโลครึ่ง มันเป็นเรื่องของผู้เสียหายบอกว่า ไม่ยอม จึงเริ่มเก็บพยานหลักฐาน เป็นลำดับ ทั้งไลน์ วิดีโอ ข้อมูลต่างๆ เก็บรวบรวมมา จนมีความชัดเจนในเรื่องความผิด ก็เดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ คือ ปปป. ขอความเป็นธรรม และกอบกู้ชื่อเสียงเขา ก็เป็นหน้าที่ ที่ต้องให้ความเป็นธรรมเขา

Advertisement

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า เราได้รวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวน หาข้อมูลเบื้องต้น โดยมี ปปท. ป.ป.ช. มาช่วย เราพบว่า ข้อเท็จจริงที่ผู้เสียหายส่งมา มีหลักฐานน่าเชื่อว่า บุคคลกลุ่มนี้ มีพฤติกรรม ส่อการทำความผิด พยานหลักฐานบ่งชี้ มีน้ำหนัก ได้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆแล้ว ดำเนินการในส่วนที่เพิ่มเติม พยานหลักฐาน กับเป้าหมายสำคัญที่อยู่ในกลุ่มนี้ ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน รวบรวมพยานหลักฐาน รวมกับผู้เสียหาย 3 เดือน เก็บมาประมาณ 4 เดือน จนได้หลักฐานน่าเชื่อว่ามีน้ำหนักพอ จึงไปขอศาลอนุมัติหมายจับ และหมายค้นอีก 3 เป้าหมาย ยืนยันตำรวจให้ความเป็นธรรม และให้ความเป็นธรรม ข้อมูลเบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง เคสนี้ มีบัญชีมามาเกี่ยวข้อง และอ้างถึงผู้ใหญ่ แต่ไม่เชื่อ ยังมองว่ากลุ่มนี้ มีพฤติกรรมที่ทำเป็นขบวนการ

รอง ผบช.ก. กล่าวต่อว่า เบื้องต้น ศรีสุวรรณ ยังปฏิเสธ เท่าที่คุยหน้างาน ก็ยอมรับว่ามีคนเอามาให้ แต่มายัดเยียดให้ ยืนยันว่า การทำงานทุกอย่าง อยู่บนพื้นฐาน หลักฐาน มีเหตุผลของตัวเอง

ถามว่า มีการโยนเงินทิ้งหรือไม่ ผู้การเต่า กล่าวว่า ประมาณนั้น หลังจากส่งเงินหน้าบ้านแล้ว เราก็ให้จับได้เลย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมนับชั่วโมง จนเอาหมายค้นเข้า ตอนนั้น พบว่า เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ มีคนวิ่งหลบหลังบ้าน แต่เจ้าหน้าที่ล้อมไว้แล้ว จริงๆ ทีแรกไม่รู้ว่าโยนสิ่งของ แต่เมื่อเห็นคนวิ่ง เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไปจับกุม และพบนายศรีสุวรรณในบ้าน

“จากการสอบถาม เงิน 5 แสนที่แขวนที่ประตูอยู่ที่ไหน แกก็พาไปหยิบเงิน แต่เงินที่ไปโยนริมรั้ว ใต้ต้นมะม่วง มันมีถุงกระดาษสีดำด้วย แต่ข้อเท็จจริงคือ เงินใส่กระเป๋าเฉยๆ เขาหยิบเงินไปใส่ถุงดำแล้วโยน ข้อเท็จจริง เขารับว่ามีคนเอาเงินมาให้ แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เรียกรับ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ทั้งนี้ รองผบช.ก. กล่าวว่า ศาลอนุมัติหมายจับ 3 คนแน่ๆ พยานหลักฐานแน่นหนา แต่อีกคน กำลังเรียกมาสอบ มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย กำลังรวบรวมว่า จะเรียกมาทราบข้อกล่าวหาด้วยหรือไม่

เบื้องต้น หลังมีการเรียกรับผลประโยชน์ ผู้เสียหายไม่ยอมเสียเงิน แต่เก็บหลักฐานเป็นขั้นเป็นตอน บางทีโอน 5 หมื่น 3 หมื่น เขาพยายามดึง เพราะเขารู้สึกว่าเงินส่วนนี้ไม่น่าจะเสีย และยอมรับการตรวจสอบ แต่เงินที่โอน มีทั้งคนที่ร้อง และตัวการ และ คนช่วยเหลือในการรับเงิน คนช่วยเหลือ เบื้องต้นมีบัญชีม้าอยู่ แรกๆ ที่จำนวนน้อย ก็โอนบัญชีม้า เจ้าหน้าที่จะไปตรวจสอบ ว่าขยายผลไปถึงไหน

ถามว่า มีเคสที่ถูกร้องเรียนและมาร้องกับเราไหม ผู้การเต่า กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐ เขากลัวเสียชื่อเสียง เขาเป็นห่วง มีเยอะมาก เขาพยายามจะจบ ทั้งที่จริงๆ ไม่อยากจะจบ ถ้าใครได้รับความเดือดร้อน หรือมีพยานหลักฐานในมือ หรือถูกกลุ่มคนเหล่านี้รังแก มาทำได้ เราจะให้ความเป็นธรรม บ้านคุณศรีสุวรรณ มีกล้องวงจรปิดทั้งหลัง ท่านเห็นเหตุการณ์ตลอด มีการพูดคุยประสานงานตลอด

ถามว่า ในเรื่องบัญชีม้า เป็นคนใกล้ชิดกลุ่มบุคคลนี้หรือไม่ ผู้การเต่า กล่าวว่า เดี๋ยวจะไปไล่ และดูว่ามีใครเกี่ยวข้อง ขอดูให้ชัดเจนก่อน การที่เขารวบรวม เขาต้องการดำเนินคดีอยู่แล้ว ไม่ได้มีเจตนาจะให้เงิน เพราะเขาจะดำเนินการจับกุมคนพวกนี้ จึงยอมเสียเงิน เขาไม่ได้โอน 5 แสน หรือ 1 ล้าน เขาไม่ได้มีเจตนาจะให้เพื่อปิดอะไร เขาเอามามอบให้ตำรวจ เป็นสารตั้งต้น เขาต้องการจัดการพวกนี้

“สะกดรอยเป้าหมายทุกฝีก้าว ไปศาล ไปสภา เราตามตลอด เมื่อเราเริ่มแล้ว ก็ติดตามต่อไป ท่านรัฐมนตรีไม่มีส่วนช่วยเหลือ ขอให้ว่าไปตามกฎหมาย”

รองผบช.ก. ยังกล่าวว่า กลุ่มพวกนี้ สร้างความเสียหาย กดขี่ข่มเหงข้าราชการประจำ ตรวจสอบก่อนว่าจะให้ประกันไหม ใจผมไม่อยากให้ประกัน ถ้าให้ผมเซ็น ผมจะไม่ให้ประกัน

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมกับนายศรีสุวรรณ และจะไปตรวจสอบเรื่องร้องเรียนอธิบดีกรมการข้าวด้วย อย่างไรก็ตาม รองผบช.ก. กล่าวว่า กลุ่มนี้เหนื่อยแน่ครับ

สำหรับยอดเงินนั้น ให้ไปเบื้องต้น 160,000 วันนี้อีก 500,000 เหลือติดค้างอยู่ 840,000 บาท ตกลงกัน 3 ล้านเหลือ 1,500,00 จ่ายไป 660,000 บาท

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image