หน้าแรก การเมือง พริษฐ์ ยันแก้...

พริษฐ์ ยันแก้112 ไม่เข้าข่ายล้มล้างปกครอง แจงศาลไปหมดแล้ว 29ม.ค.รู้ ใครไปฟังคำวินิจฉัย

28.01.24 | 16:25 น.

‘พริษฐ์’ มั่นใจ แจงได้ทุกข้อกล่าวหา ปม หาเสียงนโยบายยกเลิก ม.112 ย้ำ ทุกการกระทำของก้าวไกล-ส.ส.พรรคไม่เข้าข่าย ‘ล้มล้างการปกครอง’ รอหารือภายใน 29 ม.ค.นี้ จะส่งใครเข้าฟังคำวินิจฉัยศาล รธน.

เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย คดีของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรรค ก.ก. ใช้นโยบายยกเลิกแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 หาเสียง ในวันที่ 31 มกราคมที่จะถึงนี้ ว่าจะมีบุคลากรของพรรคคนใดเดินทางไปฟังคำวินิจฉัยบ้าง ว่า  เรื่องนี้จะต้องมีการหารือกันภายในพรรคก่อน ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 29 มกราคมนี้ แล้วจะมีการแจ้งต่อสาธารณะอีกครั้ง แต่ในวันที่ 31 มกราคมนั้น ก็มีการประชุมสภา จึงคิดว่าหน้าที่ที่สำคัญของ ส.ส.พรรค ก.ก. คือการทำหน้าที่ในสภา เนื่องจากคาดว่าจะมีการพิจารณารายงานเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) รวมถึงญัตติที่มีความสัมพันธ์อีกหลายด้านด้วย

ส่วนข้อกังวลนั้น พรรค ก.ก. ยังยืนยันคำเดิม คือพยายามทำอย่างเต็มที่ภายใต้ขอบเขตที่สามารถทำได้ ในการยืนยันความบริสุทธิ์ ว่าการกระทำที่ผ่านมา ไม่ว่าจะพรรคก้าวไกล หรือ ส.ส.ของพรรค ไม่มีการกระทำใดที่เข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง โดยเฉพาะกรณีที่ ส.ส.ชุดที่แล้วของพรรค ก.ก. ยื่นร่างแก้ไข ม.112 เราต้องยืนยันเช่นกัน ว่า การยื่นร่างกฎหมายดังกล่าว ไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ทั้งในส่วนกระบวนการ ที่เรามองว่าการยื่นกฎหมายใดๆ ก็ตาม ไม่สามารถนำไปสู่การล้มล้างการปกครองได้อยู่แล้ว เพราะเมื่อยื่นกฎหมายเข้าไป ยังมีอีกหลายขั้นตอนพิจารณา

นายพริษฐ์กล่าวว่า ในเชิงเนื้อหา เราก็ยืนยันเช่นกันว่า เนื้อหาสาระในการปรับปรุงแก้ไข ม.112 นั้น แม้จะมีเนื้อหาบางส่วน ที่บางฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ไม่ได้มีเนื้อหาส่วนไหนที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการปรับอัตราโทษ หรือเหตุยกเว้นความผิดและโทษ

สำหรับความมั่นใจในหลักฐานที่จะชี้แจงต่อศาล นายพริษฐ์กล่าวว่า เราทำเต็มที่แล้ว ในการตอบคำถาม และชี้แจงทุกข้อกล่าวหาผ่านกระบวนการของศาล เหลือเพียงการรอคำวินิจฉัยของศาลว่าจะเป็นเช่นไร

Advertisement

ทั้งนี้ นายพริษฐ์ยังได้กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันจับตาคำวินิจฉัยครั้งนี้ด้วย เพราะคำวินิจฉัยนี้ ไม่ได้ส่งผลแค่พรรค ก.ก.อย่างเดียว แต่จะเป็นการวางบรรทัดฐานสำคัญสำหรับการเมืองไทยในอนาคต หวังว่าคำวินิจฉัยจะออกมายืนยันในสิ่งที่เราได้สื่อสารมาโดยตลอด

เมื่อถามว่า ได้มีการคาดการณ์ฉากทัศน์ต่อไป ทั้งที่เป็นคุณและเป็นโทษไว้อยู่แล้วใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ทุกกรณีหรือเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของพรรค พรรคได้มีการประเมินทุกฉากทัศน์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และมีการวางแผน และออกแบบการบริหารจัดการทุกฉากทัศน์ไว้อยู่แล้ว เราทำเป็นพื้นฐานในทุกกรณี