เสรี จี้ นายกฯ ต้องมาแจงซักฟอกเอง ย้ำขอเดือน ก.พ. หวั่นยื้อจนหมดสมัยประชุม แย้ม รีดสินบน-หมูเถื่อน-ตีนไก่ มีแน่
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 29 มกราคม ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงความคืบหน้าหลังยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ต่อประธานวุฒิสภาแล้ว ว่า ประธานวุฒิสภาได้นำญัตติดังกล่าวเข้าที่ประชุมวิปวุฒิสภา เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งที่ประชุมได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด โดยมี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อดำเนินการประสานงานกับ ส.ว.ที่จะอภิปรายในญัตติดังกล่าว และรวบรวมประเด็นที่ ส.ว.แต่ละคนจะอภิปราย ซึ่งตอนนี้ได้จัดทำแบบสอบถามเพื่อที่จะได้เห็นประเด็นที่ชัดเจนของ ส.ว.แต่ละคนที่จะอภิปราย และเพื่อจัดลำดับการอภิปรายให้ครอบคลุมประเด็นใน 7 ข้อ และรัฐบาลจะได้จัดรัฐมนตรีมาชี้แจง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ถ้าเป็นไปได้ขออภิปรายเดือน ก.พ. ซึ่งอยู่ที่รัฐบาลจะพร้อมและแจ้งกำหนดวันที่สะดวกในวันใด
ทั้งนี้ ได้เสนอแนวทางว่าขออภิปราย 2 วัน คือวันจันทร์และวันอังคาร เนื่องจากเป็นวันประชุมวุฒิสภาอยู่แล้ว ส่วนวันอังคารอาจจะมีปัญหาเนื่องจากเป็นวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้น ครม.ต้องจัดรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี จะมาชี้แจงเองก็แล้วแต่ แต่โดยเหตุผลและปัญหาแล้วนายกรัฐมนตรีควรจะมาชี้แจงเองเพราะเป็นการอภิปรายและพูดกับรัฐบาลถ้าหัวหน้ารัฐบาลไม่มาก็อาจจะทำให้ความชัดเจนของเนื้อหาที่จะตอบไม่ครบถ้วนสมบูรณ์และไม่เห็นนโยบายที่แท้จริงของรัฐบาล ดังนั้นจึงหวังว่านายกฯ จะมาชี้แจงด้วยตัวเอง
นายเสรีกล่าวต่อว่า ส่วนการกำหนดผู้อภิปรายมีสมาชิกมาแสดงความจำนงหลายคนเพียงแต่เราต้องการประเด็น และเวลาชัดเจน โดยผู้อภิปรายจะเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ และมีข้อมูลที่จะบอกกับรัฐบาลว่าควรจะต้องทำอย่างไร เช่น นายถวิล เปลี่ยนศรี นายสมชาย แสวงการ นายคำนูญ สิทธิสมาน เป็นต้น แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นหลักฐานเราจึงต้องทำหนังสือแบบฟอร์ม ให้สมาชิกแสดงความจำนงอภิปราย ซึ่งตอนนี้ ส.ว.ที่มาแสดงความจำนงที่จะอภิปรายมีหลายสิบคนแล้ว
เมื่อถามว่าตอนนี้ตัวญัตติยังไปไม่ถึงรัฐบาล ห่วงหรือไม่ว่าจะดึงให้ไปอภิปรายพร้อมกับช่วงที่ ส.ส.อภิปราย ซึ่งอาจจะเป็นเดือน มี.ค. หรือ เม.ย. นายเสรีกล่าวว่า อยู่ที่สะดวก ความจริงใจ และสุจริตใจ ในการที่จะมาร่วมกันทำหน้าที่เหล่านี้ เพราะระยะเวลาที่สภาจะครบสมัยประชุม คือวันที่ 9 เม.ย. ดังนั้นควรต้องดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน ก.พ.หรือ มี.ค. แต่ ส.ว.ไม่อยากให้ชักช้า ถ้าหากอภิปรายในดือน ก.พ.ได้ ก็ถือว่าสะดวกและไม่ไต้องไปเสี่ยงกับช่วงที่จะหมดสมัยประชุม
เมื่อถามว่า ล่าสุดมีความเห็นจากนิด้าโพลที่ประชาชนส่วนหนึ่งต้องการให้ชะลอโครงการดิจิทัลวอลเล็ตไว้ก่อนซึ่งสอดรับกับในญัตติของ ส.ว.ด้วย นายเสรีกล่าวว่า ใช่ เพราะจริงๆ เป็นเรื่องต่อเนื่องกันจากเรื่องของการแจกเงินดิจิทัล เป็นเรื่องของเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งประชาชนอยากให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ยั่งยืน ไม่เป็นภาระของประเทศ ซึ่งขณะที่ ส.ว.ยื่นญัตติดังกล่าวรัฐบาลก็ยังยืนยันที่จะทำโครงการนี้อยู่ จึงเป็นเรื่องที่จ้องพูดคุยกันในสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลอย่างไร ที่ล่าสุดมีคนของรัฐบาลเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์จากอธิบดีกรมการข้าว ประเด็นนี้จะนำไปสู่การอภิปรายด้วยหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า ประเด็นนี้มีอยู่ในหัวข้อเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งมีหลายเรื่องทั้งเรื่องหมูเถื่อน ตีนไก่ ที่เป็นการนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย และต้องยอมรับว่าการบริหาราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด เกิดขึ้นในหลายภาคส่วน แม้กระทั่งประเด็นที่นำเสนอเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐทั้งนั้น รวมถึงการทุจริตของภาครัฐอยู่ในการตรวจสอบ ซึ่งเราต้องนำเรื่องเหล่านี้มาพูดกัน เพราะไม่ใช่มีแค่นี้
“จริงๆ แล้วเรื่องรับสินบน เกิดขึ้นตลอด แม้กระทั่งในช่วงเวลานี้ ประชาชนที่สัมผัสกับหน่วยงานราชการ ที่ให้บริการประชาชนถูกเรียกเงินกันมาตลอด และการเรียกเงินเขาเรียกแบบบีบบังคับ ให้ประชาชนยอมจ่ายให้ โดยมีวิธีการที่เจ้าหน้าที่เองไม่ได้เป็นคนเรียก แต่ใช้กระบวนการในการใช้อำนาจหน้าที่แล้วให้ประชาชนยอมจ่ายให้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมาพูดกัน” นายเสรีกล่าว

