มายด์ สู้ต่อ หลังฟังคำพิพากษาคดี 112 โทษคุกรอลงอาญา ชวนลงชื่อเสนอ กม.นิรโทษ ปชช.

31.01.24 | 12:38 น.

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาจำคุก 2 ปี ‘มายด์ ภัสราวลี’ ผิด ม.112 เหตุจากการร่วมชุมนุมและปราศรัยใน #ม็อบ24มีนา64 ที่สี่แยกราชประสงค์ แต่ให้การเป็นประโยชน์ เป็นนักศึกษาอยู่ ลดโทษเหลือ 2 ปี ให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี

เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีของ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ นักกิจกรรม ซึ่งถูกฟ้องในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากกรณีร่วมชุมนุมและปราศรัยใน #ม็อบ24มีนา64 #เพราะประเทศนี้เป็นของราษฎร จัดขึ้นโดยแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม บริเวณสี่แยกราชประสงค์ กรุงเทพฯ

เวลา 08.40 น. น.ส.ภัสราวลีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนฟังคำพิพากษาว่า วันนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าอย่างน้อยที่สุดต้องได้รับการประกันตัว เพราะการได้รับการประกันตัวที่คดียังไม่ถึงที่สุดก็ถือว่าเป็นสิทธิของพวกเรา เพราะคนที่โดนคดี ม.112 ต้องมีสิทธิได้ออกมาสู้คดีอย่างเต็มที่ แม้ว่าคำพิพากษาจะออกมาว่าผิดตามกฎหมายมาตรา 112 ในศาลชั้นต้น ตนหวังว่าในชั้นอุทธรณ์ก็จะได้ประกันตัว หรืออย่างดีก็คงจะได้รอลงอาญา

น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ตนมีคดี ม.112 อยู่ 3 คดี สำหรับคดีนี้เป็นการร่วมชุมนุมและปราศรัยใน #ม็อบ24มีนา64 #เพราะประเทศนี้เป็นของราษฎร จัดขึ้นโดยแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม บริเวณสี่แยกราชประสงค์ มั่นใจว่าการปราศรัยของตนพูดด้วยความสุภาพนอบน้อม พูดด้วยความหวังดีทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นการหมิ่นประมาทแต่อย่างใด สิ่งที่พูดในวันนั้นถือว่าเป็นความจำเป็นที่จะพูดถึงสถาบันกับการเมืองไทยที่เกิดข้อถกเถียงอยู่ในปัจจุบัน หากไม่พูดเราก็จะยิ่งซุกปัญหาไว้ใต้พรมและไม่ได้แก้ไข มั่นใจว่าสิ่งที่พูดไปเป็นประโยชน์ต่อทุกสถาบัน

Advertisement

“วันที่ 1-14 กุมภาพันธ์ ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมกันลงชื่อเสนอกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน เพื่อให้เกิดการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองที่สะสมมานาน รวมถึงจะได้คืนความเป็นธรรมให้อำนาจกับประชาชน เพราะประชาชนอย่างพวกเรามีสิทธิอย่างเต็มที่ในการพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์การเมือง คดีทางการเมืองไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย หากรัฐบาลชุดไหนๆ เข้าใจถึงหลักสิทธิเสรีภาพ คาดหวังมากว่ารัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ที่มาจากการเลือกตั้งจะเห็นความสำคัญของการริเริ่มเรื่องนิรโทษกรรมประชาชน เพื่อคงความสง่างามที่จะเข้าไปในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

สำหรับบรรยากาศในวันนี้มีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจและมอบดอกกุหลาบให้กับ น.ส.ภัสสราวลี ก่อนขึ้นไปฟังคำพิพากษาด้วย

ภายหลังอ่านคำพิพากษา น.ส.ภัสราวลีเปิดเผยว่า วันนี้ศาลอ่านคำพิพากษาในความผิด 2 ข้อหา คือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งศาลมีคำพิพากษายกฟ้องตนข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม

น.ส.ภัสราวลีระบุว่า ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ศาลมีคำพิพากษาว่าตนกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยคำปราศรัยเป็นการหมิ่นสถาบัน ลงโทษจำคุก 3 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ และมีสถานะเป็นนักศึกษา ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี และให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี เพื่อให้กลับตัวเป็นคนดี โดยในคำพิพากษาศาลบอกว่าคำปราศรัยของตนไม่ได้พูดถึงข้อกฎหมายในตอนที่ปราศรัย อาจทำให้คนที่รับฟังเข้าใจผิดต่อสถาบันได้ แต่ตนยืนยันว่าข้อเท็จจริงที่ตนอ้างอิงใช้ประกอบในการปราศรัยเป็นข้อเท็จจริงที่เห็นในที่สาธารณะอยู่แล้ว

น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ยืนยันว่าจะต่อสู้คดีนี้ต่อ เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานว่าประชาชนอย่างเราจะสามารถพูดถึงทุกสถาบันการเมืองที่อยู่ภายใต้แล้วรัฐธรรมนูญได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง