‘อนุทิน’ ห่วงเหตุอัคคีภัย เทศกาลตรุษจีน กำชับผู้ว่าฯ ป้องกันอันตราย

1.02.24 | 10:42 น.

มท.1 ห่วงใย ปชช. กำชับผู้ว่าฯ เตรียมความพร้อมป้องกันอันตราย จากอัคคีภัยช่วงเทศกาลตรุษจีน 2567

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2567 ระหว่างวันที่ 8-10 ก.พ.ซึ่งตามประเพณีปฏิบัติของชาวไทยเชื้อสายจีน จะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชา เซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง จุดประทัดตามศาลเจ้าบ้านเรือน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลดังกล่าวมักมีการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน ส่งผลให้ปริมาณการใช้รถใช้ถนนมีมากยิ่งขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับประชาชนทิ้งบ้านเรือนไว้โดยไม่มีผู้ดูแล และขาดความระมัดระวัง อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นประจำทุกปี

นายอนุทินกล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากอัคคีภัย และอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดในฐานะ ผอ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ดำเนินการเตรียมความพร้อม โดยกำชับผู้อำนวยการในแต่ละระดับ และเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย พร้อมซักซ้อมแนวทางการเผชิญเหตุอัคคีภัย ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดความชัดเจน

ทั้งนี้ ให้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจรบริเวณสถานที่จัดกิจกรรม สถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ พื้นที่ริมตลิ่ง ความมั่นคงแข็งแรงของโป๊ะ ท่าเทียบเรือ ความปลอดภัยของเรือโดยสาร ที่มีสภาพเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยได้โดยง่าย และกำหนดมาตรการความปลอดภัยดูแลจำนวนผู้ใช้บริการให้เหมาะสม ไม่แออัดหนาแน่นจนเกินไป และเตรียมความพร้อมบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

Advertisement

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่และเจ้าพนักงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวัง ตรวจตรา อาคารบ้านเรือน พื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ และสถานบริการ โดยเฉพาะสถานที่ที่มีการจัดงาน และมีการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง ในการบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด และรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนลดกิจกรรมการเผาทุกชนิดในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อลดการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และอันตรายจากอัคคีภัยที่มีสาเหตุจากการจุดธูปเทียนบูชา เซ่นไหว้ เผากระดาษเงิน กระดาษทอง การจุดประทัดตามสถานที่ต่างๆ เพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัย

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ด้านการเผชิญเหตุ ให้จัดชุดเจ้าหน้าที่และสั่งใช้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนจิตอาสา เฝ้าระวังสถานที่ และกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย อุบัติภัย ตามหมู่บ้าน/ชุมชน

พร้อมทั้งจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เตรียมความพร้อมในพื้นที่หรือชุมชนที่มีความเสี่ยงภัย เพื่อเฝ้าระวังเหตุ และพร้อมปฏิบัติงานได้ทันที ตลอดจนพื้นที่ที่มีการจัดงานเทศกาลตรุษจีน และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้จัดระเบียบการจราจร และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมทั้งดูแลความปลอดภัยบริเวณที่มีประชาชนหนาแน่น

ทั้งนี้ หากเกิดอัคคีภัย อุบัติภัย หรือสาธารณภัยอื่นที่มีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ให้ดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และรายงานให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบทันที ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนสามารถแจ้งเหตุสาธารณภัยผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง