อ.รณกรณ์ 1 ในนักวิชาการ ให้ความเห็นศาลรธน. เผยเอกสารความเห็นปมแก้ม.112
กรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกล เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง และสั่งยุติการกระทำ
การนี้ ศาลได้เปิดรับฟังความเห็นของนักวิชาการ พยานผู้เชี่ยวชาญที่มีความเป็นกลาง 4 คน ได้แก่ 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รณกรณ์ บุญมี 2. ศาสตราจารย์กิตติคุณวิทิต มันตาภรณ์ 3.รองศาสตราจารย์ดร.ภูริ ฟูวงศ์เจริญ 4.รองศาสตราจารย์ดร.ศุภมิตร ปิติพัฒน์
โดย นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เปิดเผยผ่านรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอถึง ความเห็นของพยานทั้ง 4 ราย โดยว่า ก็ได้อ่าน ตอนอ่านความเห็นผู้เชี่ยวชาญ รู้สึกโอเคมาก จริงๆ ดูเหมือน อ.รณกรณ์ ซึ่งเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่ง ก็ให้ความเห็นได้ดีมาก แต่ก็ไม่อยู่ในคำวินิจฉัย ก็มีอยู่ ในความเห็นผม ไม่ได้เป็นลบ
- เปิดคำพิพากษาฉบับเต็ม ศาลรธน.วินิจฉัย ก้าวไกล เสนอแก้ม.112 ล้มล้างการปกครอง
-
ดร.รณกรณ์ ชี้ แรงสะเทือนคดี112ก้าวไกล กระทบตรงสถานะไทยบนเวทีโลกน่าเป็นห่วงมาก
ทั้งนี้ ผศ.ดร.รณกรณ์ บุญมี คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก เผยความเห็นที่ยื่นต่อศาล เป็นเอกสาร 25 หน้า โดยระบุว่า
“ในเรื่องพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญที่ 19/2566 ที่มีการร้องเรียนว่าพรรคก้าวไกลมีการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองนี้ ผมได้มีโอกาสให้ความเห็น โดยประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ผมให้ความเห็นคือ
“กฎหมายหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือกฎหมายที่ใช้คุ้มครองประมุขแห่งรัฐของ ต่างประเทศกับการแสดงความคิดเห็นของประชาชนเป็นอย่างไร กฎหมายดังกล่าวมีความเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยหรือไม่ อย่างไร”
ผมได้แสดงความเห็นไว้ตามภาพที่แนบมานี้
โดยสรุปผมเห็นว่าการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในบางประเด็น (รายละเอียดดูข้อ 7) สามารถทำได้โดยไม่เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแนวทางของพรรคก้าวไกลแล้วเห็นแตกต่างจากความเห็นของผม”





















