
⦁…งามหน้า ไม่ใช่แค่ “ทุกครั้งที่ต่างประเทศเปิดโปงเรื่องสินบนจัดซื้อจัดจ้าง” แทบจะเรียกได้ว่า “ทุกเรื่อง” จะต้องมี “เจ้าหน้าที่ไทย” เข้าไปเป็น “จำเลย” หรือ “ผู้ถูกกล่าวหา” ล่าสุด “ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่” มีหน้าที่ “ดูแลทรัพย์สิน” ซึ่งควรมีจิตสำนึกเรื่อง “ไม่ไปยุ่งกับอะไรที่ไม่ใช่ของตัว” กลับเป็น “ผู้ต้องหา” ของ “ตำรวจญี่ปุ่น” ฐานขโมยภาพจากโรงแรม เป็น “ข่าวฉาวไปทั่วโลก” เพียงแต่โชคยังดีที่ “นายกฯลุงตู่” ไม่เห็นว่า “เป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้วงการราชการไทย” และ “ผู้หลักผู้ใหญ่” ออกช่วยกันเตือนว่า “อย่าเผยแพร่ข่าวให้ฉาวไปกว่านี้”
⦁…ฟังดูเสียงกร้าว เอาจริงเอาจัง “เรื่องสินบนบริษัทข้ามชาติ” กับ “หน่วยราชการไทย” แต่เมื่อติดตามความรู้สึกนึกคิดของคนทั่วไป แทบจะไม่เห็นใครเลยที่หวังว่า “จะดำเนินการให้ถึงตัวผู้รับสินบนในแต่ละยุค” กลายเป็นต่างคาดกันไปในทาง “ใครบ้างจะถูกใช้เรื่องราวของสินบนมามัดมือมัดเท้าไว้” และ “ใครบ้างจะถูกเซฟให้รอดปลอดภัย” แม้จะรับรู้ว่า “เกี่ยวพันความอื้อฉาว”
⦁…ในยุคสมัยที่ท่องกันเป็นคำติดปาก “ว่ากฎหมายเป็นใหญ่” ถ้าผิด “ทำไม่ได้” แต่ถ้าถูก “ใครก็ห้ามไม่ได้” ทั้งที่เจตนาของการเขียนกฎหมายคือ เพื่อ “ความสุขสงบของประชาชน” และในบางเรื่องราว “ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน” ควรจะสำคัญกว่า “กฎหมายที่เขียนขึ้นมาอย่างไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคม” เรื่องราวตัวอย่างที่น่าจะชัดเจน จนหยิบขึ้นมาเป็น “กรณีศึกษา” ในความขัดแย้งนี้ได้ คือ “ความเดือดร้อนของผู้คนในชุมชนซอยพหลโยธิน 5, 7, 9, 11” ที่ส่งเสียงให้ทบทวน “ใบอนุญาตสร้างคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ในซอยแคบ” ที่เห็นกันว่าน่าจะก่อความโกลาหลให้ชีวิต ทั้งในเรื่อง “การจราจร ความแออัด และความไม่ประมาทในการป้องกันอัคคีภัย” แต่เสียงของ “ประชาชน” ไม่ได้ทำให้ “ผู้บริหารเขต” รู้สึกรู้สา “อ้างว่าถูกกฎหมาย” เท่านั้นจบ บ้านนี้เมืองนี้มาถึงจุด “ไม่ต้องฟังเสียงประชาชน” กันทุกระดับ
⦁…ในยุคสมัยที่ “ความเคารพสิทธิมีเท่าเทียม” ใครจะทำอะไรสักอย่าง ต้อง “ฟังเสียงเจ้าของพื้นที่เป็นหลัก” ทว่าเมื่อมาถึงยุคสมัยเช่นนี้ “สิทธิเท่าเทียมในการปกป้องความเดือดร้อนที่มาจ่ออยู่ตรงหน้า” กลายเป็น “ความน่ารำคาญ” ที่ “ผู้บริหารราชการ” ยืนหยัดในอำนาจตามกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องเงี่ยหูฟังชาวบ้าน โดยไม่สนใจว่าจะถูกครหาอย่างไร ดูไม่ใช่เรื่องแปลกในยุคที่ “ความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน” ไม่มีอะไรที่ “ยึดโยงอำนาจประชาชน”
⦁…มีข่าวปล่อยออกมาถล่ม “การบริหารสำนักงานอุทยานแห่งชาติ” ว่า “เอาแค่สั่งการแต่ไม่ให้งบ” มีตัวเลขงบประมาณ ที่ “สำนักงานอุทยานแห่งชาติ” เทลงไปให้ “อุทยานแห่งชาติ” ในพื้นที่ต่างๆ ส่งมาให้ดูแต่ละแห่งได้ไม่ใช่น้อย และ “ทั่วถึง” จึงน่าจะฟ้องว่า “ห้วงเวลาแห่งการเลื่อยขาเก้าอี้” ของที่นี่น่าจะเริ่มต้นอีกแล้ว ด้วยหากดูจากข่าวคราวที่ประชาชนได้รับรู้ช่วงที่ผ่านมา “อุทยานแห่งชาติ” แม้ไม่เปรี้ยงปร้างเป็นพลุแตก แต่มีเรื่องราวให้ชาวบ้านร้านตลาด “คิดไปเยี่ยมเยือน” อยู่ไม่น้อย ด้วยพัฒนาให้เป็น “สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ” ขณะที่ทำให้ “การรักษาพันธุ์พืชและดูแลสัตว์ป่า” เป็นจิตสำนึกร่วมกันของสังคมไทย การเชิญชวนให้ “ศึกษาเรียนรู้” เรื่องป่าเป็น “กิจกรรมที่คนรุ่นใหม่” ให้ความสนใจเพิ่มขึ้น
⦁…อุทกภัยภาคใต้ที่หนักหน่วง เจือ ราชสีห์ นักการเมืองจากสงขลา ผู้ใช้เวลาส่วนใหญ่ช่วงนี้เดินสายรับฟัง “ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่” คุยให้ฟังถึงทางเยียวยา ที่อยากให้ “กลไกที่มีอำนาจในการจัดการ” ช่วยลงมือ คือ “หางานป้อนให้ประชาชน” เหตุผลคือ “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” คนเดือดร้อนอย่างไรเสีย “ยังมีเงินเดือน” แต่ “รายได้ของคนต่างจังหวัด” อยู่กับ “เรือกสวนไร่นา” ที่เสียหายไป หาก “ไม่มีงานมาช่วยสร้างรายได้” หนีไม่พ้น “ไม่มีจะกินจะใช้” ฟังแล้วสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของ “คนสัมผัสปัญหาในพื้นที่” กับ “คนที่คิดเองอยู่บนหอคอย”
⦁…มีพรรคพวกเพื่อนฝูง ใน “การบินไทย” ทุบโต๊ะเปรี้ยง ว่า “สารพัดปัญหาที่หมักหมมในสายการบินแห่งชาติ” ไม่มีทางแก้ได้ “ตราบใดที่ข้าราชการที่ถนัดแต่ฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา และสั่งการลูกน้องตามระเบียบที่วางให้ปฏิบัติ” เพราะ “การบินปัจจุบัน” เป็น “ธุรกิจที่การแข่งขันสูงยิ่ง” หาก “ทีมบริหารไม่รู้เรื่อง หรืออ่อนประสบการณ์การบริหารธุรกิจ” อีกร้อยชาติ จะยังขาดทุนยับเยินไม่เลิกรา “จริงไม่จริงอย่างไร ลองมาแลกเปลี่ยนกันได้” เขาว่าอย่างนั้น
ชโลทร







