ทวี ลุยบึงกาฬ มอบนโยบาย อึ้งผู้ค้าผู้เสพกว่า4พันราย สั่งพื้นที่เร่งแก้ปัญหายาเสพติด
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เวลา 13.30 น. พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายสมคิด เชื้อคง (รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายการเมือง) พลตำรวจโทภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) นายนิพนธ์ คนขยัน ส.ส.บึงกาฬ เขต 3 พรรคเพื่อไทย นายเกษม อุประ ส.ส.สกลนคร เขต 7 พรรคเพื่อไทย นางสกุณา สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร เขต 6 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่มอบนโยบายแก่หน่วยงานบูรณาการและสร้างการรับรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ จ.บึงกาฬ
โดยหลังจากมอบนโยบาย ได้เยี่ยมชมบูทของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ที่ออกหน่วยมาให้บริการแก่ประชาชน โดยเฉพาะการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี(หลังศาลมีคำพิพากษา) ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาร่วมงาน โดยมีนายนคร ศิริปริญญานันท์ รอง.ผวจ.บึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรี และประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับ ณ หอประชุมโรงเรียนพรเจริญวิทยา อ.พรเจริญ จ. บึงกาฬ
นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬ ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลที่ประกาศให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือแก้ไขปัญหาให้ลดน้อยลงและหมดไป โดยเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเรื่องการเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย รักษา ดูแล และส่งคืนกลับสู่สังคม ส่งเสริมให้มีอาชีพที่เหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัยมาสู่ประชาชนและชุมชน มีแนวทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬครอบคลุมทุกด้านทั้งป้องกัน ปราบปราม และบำบัดฟื้นฟู โดยจังหวัดบึงกาฬ ขอสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากกระทรวงยุติธรรม จำนวน 3 ล้านบาท เพื่อนำมาสนับสนุนจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัด การลาดตระเวนตามแนวชายแดนป้องกันการลักลอบนำเข้ายาเสพติด และการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ และผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัด
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้เดินทางพร้อมคณะมายัง จ.บึงกาฬ เพื่อประชุมติดตามผลการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสกลนคร และจังหวัดบึงกาฬ) ระหว่างวันที่ 3-4 ก.พ. โดยรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ได้ให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสังคมเป็นอย่างมาก และในโอกาสเป็นประธานเปิดปฏิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด ระยะ 1 ปี ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลได้มอบนโยบายเน้นย้ำขอให้ ทุกภาคส่วนเอาจริงเอาจัง ในการช่วยเหลือลูกหลาน ให้พ้นจากยาเสพติดให้ได้ ซึ่งการแก้ไขปัญหายาเสพติด จะกระทำโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จะไม่สำเร็จ จะต้องมีการบูรณาการ สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคประชาชน อันจะเป็นแนวทางที่จะได้รับความร่วมมือและการมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น
รัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและเด็ดขาด การจัดการยาเสพติด ต้องเริ่มที่แหล่งต้นตอ ซึ่งมีการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน การจับกุมยึดทรัพย์เครือข่ายกลุ่มนักค้า การจัดการเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาด้านจิตเวชจากยาเสพติด และการจัดการแหล่งแพร่ระบาดในหมู่บ้าน/ชุมชน การเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย ให้เข้ารับการบำบัดรักษา และการป้องกันในกลุ่มต่างๆ ทุกระดับ วันนี้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้ง ผวจ. ผู้การจังหวัด นายอำเภอ ผู้กำกับการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมต่างๆ ขอให้ X-ray พื้นที่ใหม่อีกครั้งว่า ผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพ ที่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬกว่า 4,000 ราย ตอนนี้เขาเลิกเสพ เลิกขายหรือยัง เพื่อนำกลับไปบำบัดอีก ส่วนผู้ค้าถ้ายังไม่เลิกก็ให้จับกุมเข้าคุกให้หมด โดยให้ระยะเวลาอีก 4 เดือน แล้วจะลงพื้นที่บึงกาฬ กลับมาติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติดอีกครั้ง
พลตำรวจโทภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) กล่าวว่า บ้านเรามีปัญหากับยาบ้า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่เสพยาบ้ามากที่สุด 80-90% คนที่เสพยาเสพติด ก็คือยาบ้า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการบูรณาการร่วม 27 หน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ามาร่วมอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติการภายใต้นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายของแผนปฏิบัติ ไว้ใน 4 ลด คือ 1.ลดความรุนแรงจากภาวะทางจิตเวชในสังคม 2.ลดผู้เสพ/ผู้ติด 3.ลดการค้ายาเสพติดที่แพร่ระบาดในหมู่บ้าน/ชุมชน และ4.ลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการแพร่ระบาดยาเสพติดต่อไป
ขอย้ำเตือนไม่ว่าจะเป็น ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น รวมทั้งข้าราชการทั้งหลาย ถ้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ปปส.จะดำเนินการอย่างเต็มที่ ส่วนผู้ค้าในพื้นที่ต้องหยุด ห่างไม่หยุดจะเจอความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่


