09.00 INDEX ความปกติ อัน ‘ไม่’ ‘ปกติ’ กรณี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
มติครม.เห็นชอบให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อยู่ในฐานะที่จะรักษาราชการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้กำลังกลาย เป็นประเด็น “ร้อน” ในทางการเมือง
แม้จะดำเนินไปตามข้อเสนออันมาจาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเอง
แม้ว่าจะเป็นไปตามมาตรา 46 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ
แม้ว่าจะอนุวัตตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 331/2566 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฎิบัติราชการแทน
โดยมอบหมายและมอบอำนาจให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม(ยกเว้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ)
ที่กลายเป็นประเด็น “ร้อน” ไม่เพียงแต่อยู่กับคำถามที่ว่าทำไม จึงเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ทำไมจึงไม่เป็น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
ในเมื่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรองนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย
ขณะที่ นายพีระพันธุ์ สาลิรัฐวิภาค พรรครวมไทยสร้างชาติ
การมอบหมายให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับและดูแลงานกระทรวงยุติธรรมแทน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็กลายเป็นคำถามต่อเนื่องอย่างยิ่งอยู่แล้ว
การมอบให้อยู่ในฐานะดำรงตำแหน่งเป็นรักษาราชการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้อีกยิ่งทวีความร้อนแรง แหลมคม
หากมองจากคำสั่งนายกรัฐมนตรี
หากมองจากข้อเสนออันมาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ถือได้ว่าเป็นการดำเนินตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ตามปกติ
และหากมองจากรากฐานที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เคย เป็นผู้พิพากษา และเคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมาก่อน
ยิ่งเหมาะสมและชอบธรรม
และหากมองว่าพรรคเพื่อไทยกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ เคยเป็นพันธมิตรในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีก็ยิ่งมีเหตุผล
คำถามอันเป็นความสงสัยจึงสะท้อนลักษณะอันไม่ปรกติ
สถานการณ์อันเกี่ยวกับการมอบหมายให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กำกับและดูแลกระทรวงยุติธรรมจึงเป็นปรากฎการณ์หนึ่ง
เหมือนกรณี “ไฟไหม้” อันเกิดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทั้งที่เป็นเรื่องอันสามารถเกิดขึ้นได้ในห้วงเวลาเดียวกันของเทศกาลตรุษจีนทุกปี และสามารถเกิดขึ้นได้ในตึกกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ก่อสร้างมาเป็นเวลานาน
กระนั้น คำถามและความสงสัยก็ดังขึ้นไม่แตกต่างไปจากกรณีของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จนกลายเป็น “ไม่ปรกติ”

