หน้าแรก การเมือง ‘ดิเรกฤทธิ์’ ...

‘ดิเรกฤทธิ์’ โวยรบ.ให้ซักฟอก 18 มี.ค. หวั่นยื้อจนหมดอายุ ส.ว. ทั้งที่ส่งข้อสอบไปแล้ว

5.02.24 | 10:59 น.

‘ดิเรกฤทธิ์’ โวยรัฐบาลให้ซักฟอก 18 มี.ค. หวั่นยื้อจนหมดอายุ ส.ว.ทั้งที่ส่งข้อสอบไปแล้ว เหน็บ   ‘พรเพชร’ เอาใจรัฐบาลเกินไป ไม่บรรจุวาระเร่งด่วน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลให้วุฒิสภาอภิปรายในญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 153 วันที่ 18 มี.ค.ว่า เรื่องนี้เป็นการใช้สิทธิของวุฒิสภาเพื่อเปิดอภิปรายทั่วไป ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและประชาชน และเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น รัฐบาลจะปฏิเสธการทำหน้าที่ของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ โดยเห็นว่าการทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร การทำตามนโยบายและการไปต่างประเทศสำคัญกว่า ตนคิดว่าน่าจะไม่ถูกต้อง ถือว่าเป็นการละเลยการให้ความสำคัญการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่รัฐบาลจำเป็นต้องมาชี้แจงทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)

“ขอเรียนว่าการอภิปรายทั้ง 7 ประเด็นนั้นนานวันเข้า ข้อมูลการเรียกร้องของประชาชนและข้อสงสัยมากมายที่เกิดขึ้น ถ้าปล่อยให้มีการดำเนินการในบางเรื่องอาจจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างแก้ไขไม่ได้ ดังนั้นการที่วุฒิสภาเห็นว่ามีเรื่องที่สำคัญเพียงพอที่จะเปิดอภิปราย คือมีความสุกงอมมากพอ และเห็นว่าจำเป็นจะต้องให้เท่าทันกับช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดปัญหา ซึ่ง ส.ว.ทำตามเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ดังนั้นการที่รัฐบาลจะให้อภิปรายในเดือน มี.ค.หรือจะเลยไปเดือน เม.ย.หรือปล่อยให้หมดอายุวาระการดำรงตำแหน่งของ ส.ว. แล้วไม่ต้องอภิปรายเลย ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรกระทำ ถือเป็นการละเลยการทำหน้าที่ของรัฐบาล” นายดิเรกฤทธิ์กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการดึงเวลาเพื่อให้สถานการณ์ต่างๆ แผ่วลงไปหรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า เป็นเหตุผลที่ประชาชนคลางแคลงสงสัยเหมือนกัน ฉะนั้นการดึงเวลาไว้ไม่มีประโยชน์อะไรกับรัฐบาลเลย มีแต่ผลเสีย รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับระบบรัฐสภา และให้ความสำคัญกับตัวแทนของพี่น้องประชาชน ฉะนั้น เมื่อวุฒิสภาทำหน้าที่เหล่านี้ และชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงปัญหาและข้อจำกัด เพื่อหาวิธีการจัดการกับเรื่องวิธีการที่รัฐบาลขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชน

ต่อข้อถามว่ากรอบเวลาการอภิปรายที่รัฐบาลแจ้งมากี่วันกันแน่ นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า วุฒิสภาทำหนังสือขอไป 2 วันคือวันจันทร์และอังคารในเดือน ก.พ. ซึ่งเราทำหนังสือไปล่วงหน้าแล้ว และเดือน ก.พ.ก็มีหลายสัปดาห์ ดังนั้นรัฐบาลต้องยินยอมพร้อมใจหาวันให้เรา เพื่อบรรจุระเบียบวาระเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อให้ ส.ว.ได้อภิปราย แต่รัฐบาลก็ละเลย เห็นความสำคัญกับเรื่องนี้น้อยไปหน่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตำหนิ ที่เห็นเรื่องอื่นสำคัญกว่าและให้เวลาเราอภิปราย เดือน มี.ค. ซึ่งยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำ เพราะเป็นเพียงข่าวจากแกนนำรัฐบาลบางคนเท่านั้น หากรัฐบาลติดภาระกิจอีก ก็จะต้องไปอภิปรายในเดือน เม.ย.ใช่หรือไม่ และหากเดือน เม.ย.อภิปรายไม่ได้เพราะปิดสมัยประชุมก่อน ก็จะถึงวิธีการที่ไม่ต้องมาอธิบายเลยใช่หรือไม่

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ประธานวุฒิสภายังไม่บรรจุระเบียบวาระเป็นเรื่องเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า ตนจะถามนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เหมือนกันว่าทำไม่ถึงยอมรัฐบาลให้เขาต่อรองเราได้ เพราะเรากำหนดไปแล้ว หากเขาไม่มีเวลา เราก็อภิปรายข้างเดียวไปเลย หากรัฐบาลไม่มาก็ถือว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่ให้ความสำคัญไม่ได้ ทำให้ระบบรัฐสภาไปไม่ได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อขัดข้อง และคำถามที่วุฒิสภาแจ้งไปแล้ว