“ภูมิใจไทย” ยื่น ร่าง กม.รื้อคำสั่ง คสช. ชี้ไม่ได้ตำหนิ เพราะบางฉบับมีความจำเป็นในการปกครอง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.จ.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกประกาศ และคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. … ต่อนาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานผู้แทนราษฎร โดยมี นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับหนังสือแทน
นายสฤษฏ์พงษ์กล่าวว่า สืบเนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย และทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ไปศึกษาว่าประกาศและคำสั่งของ คสช. ที่ผ่านมามีปัญหาต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและได้รับการร้องเรียนเรื่องสิทธิมนุษยชนจากหลายองค์กร จึงเป็นที่มาของคำประกาศและคำสั่งของ คสช. ที่ผ่านมามีทั้งหมด 240 ประกาศ และคำสั่งรวมกันโดยมีออกเป็นกฎหมาย 71 ฉบับ ซึ่งคำสั่งของคณะปฏิวัติเทียบเท่ากับ พ.ร.บ. ก็จะต้องทำเป็น พ.ร.บ. ในการยกเลิกเช่นกัน จึงมีการศึกษาว่าเนื้อหามีสาระสำคัญที่ยังใช้บังคับได้ 37 เรื่อง จะสามารถนำมาใช้โดยเปลี่ยนเป็นคำสั่งหรือประกาศให้เป็น พ.ร.บ. ส่วนประกาศหรืออย่างอื่นที่ต่ำกว่าคำสั่ง สามารถยกเลิกได้ โดยการทำเป็นพระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวงอย่างละ 2 ฉบับ ส่วนสิ่งที่ต่ำกว่า พ.ร.บ. ที่เทียบเท่ามติ ครม. มีทั้งหมด 55 เรื่อง
ขณะที่พระราชบัญญัติพวง คือการรวมประกาศในคำสั่งที่จะมาแก้ไขด้วยกันซึ่ง 240 ฉบับนั้นมีที่ที่จะต้องแก้ไข 71 เรื่อง จึงได้นำเรื่องที่จะต้องแก้ไขมาใช้เป็นถ่ายร่างประกาศ ส่วนก่อนหน้านี้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 25 ที่ผ่านมาเคยมีการทบทวนคล้ายกับ การสังคายนากฎหมาย และมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560

ประเทศไทยในวันนี้ มีประกาศคณะปฏิวัติที่บังคับใช้อยู่ตั้งแต่ตอนต้นรวมกว่าพันฉบับ ซึ่งก่อนครบวาระสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 มีการพยายามทำกฎหมายโดยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการจัดทำประมวลกฎหมาย และกฎเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงโดยสะดวก แต่ก็ กมธ.ชุดนี้ดำเนินการไปเพียง 12 ครั้ง ก็ไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม การพยายามเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้สนับสนุนในเรื่องของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว และก็ไม่ได้ตำหนิคำประกาศของคณะปฏิวัติแต่อย่างใด บางฉบับก็มีความจำเป็นในการปกครองประเทศ เพียงแค่เปลี่ยนชื่อจากคำประกาศคณะปฏิวัติมาให้เป็นกฎหมาย ชื่อ พระราชบัญญัติหรืออย่างอื่น ดูดีในของชาวต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศไทย


