หน้าแรก การเมือง บก.ลายจุด ไม่...

บก.ลายจุด ไม่คาดคิดการเมืองเลยเถิดลูกสาว เจอจิตแพทย์สั่งสอน ‘อย่าเอาอย่างพ่อ’

5.02.24 | 23:12 น.

บก.ลายจุด ไม่คาดคิดการเมืองเลยเถิดลูกสาว เจอจิตแพทย์สั่งสอน ‘อย่าเอาอย่างพ่อ’

วันที่ 5 กุภาพันธ์ เวลา 17.00น. โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) จัดกิจกรรมเสวนานิรโทษกรรมประชาชน (สักที!) #เสียเวลาฉิบหาย ชวนผู้ที่ถูกดำเนินคดีจาการชุมนุมมาถ่ายทอดเรื่องราวความ ‘ผิดปกติ’ ในสังคมไทย ณ อาคาร All Rise หมู่บ้านกลางเมือง รัชดา-ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด, นางนภัสสร บุญรีย์ หรือ ป้านก ผู้ร่วมชุมนุมและผู้ต้องหาคดีทางการเมือง และ นางสาวณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน ทีมอาสาพยาบาลและผู้ต้องหาคดีทางการเมือง

ในตอนหนึ่งของการเสวนา นายสมบัติ หรือ บก.ลายจุด กล่าวว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 หลังจากนั้นหนึ่งวัน ตนก็เริ่มเคลื่อนไหวและก่อตั้งเครือข่าย 19 กันยาต่อต้านรัฐประหาร

“คดีแรกที่โดนคือคดีหมิ่นประมาท จากพล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน และ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิต ท้ายที่สุดศาลยกฟ้องและชนะคดี ถ้ากลับไปมองสถานการณ์การเมืองช่วงปี 49-50 ซึ่งอยู่ในการปกครองระบบทหารอยู่ ซึ่งมีผู้ช่วยคนหนึ่งถูกดัก ใช้รถสามล้อตาม ดักทำร้ายชกจนสลบ ตื่นมาที่โรงพยาบาล แล้วพวกนี้เขาไม่กลัว ตามไม่เลิก ผู้ช่วยคนนี้ขอถอนตัวออกไปเลย” นายสมบัติเผย

Advertisement

นายสมบัติกล่าวว่า พอมีการยึดอำนาจยุคพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา คสช. ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นองค์กรประเภทประไหน เขาเรียกตัวไป จนเราตั้งแคมเปญ Catch me if you can เราก็สู้ตามกฎหมายแล้วก็ชนะไป ซึ่งก็ได้เรียนรู้กระบวนการเดี่ยวกับการเคลื่อนไหว และประสบการณ์ศาลทหาร

นายสมบัติกล่าวว่า ตนไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะอยู่ในสภาวะที่ไร้อำนาจต่อรอง อย่างเช่น ตนไม่เคยเดินริมถนนแล้วถูกใครเอามีดมาจี้ แต่สิ่งที่เจอคือตนอยู่ในบ้าน แต่มีคนพังประตูเข้ามาแล้วเอาปืนกลขนาดสั้นมาถล่มแล้วจับโยนขึ้นรถไปยังที่ๆไม่เคยไป

นายสมบัติกล่าต่อไปว่า สภาวะตอนนั้นเป็นสภาวะไร้อำนาจ มันบอกไม่ถูกเลย เรารู้ว่าเรามีศักดิ์ศรี เราคิดว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เรารู้สึกว่ามันตกต่ำมาก บางคนอาจจะไม่เห็นด้วยกับตน เวลาที่เราวิพากษ์วิจารณ์กันไปมา จะถูกตำหนิ ด่าทอ ตนประเมินมันไว้ แต่ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดไปถึงลูกสาว

“ล่าสุดถูกจิตแพทย์เขียนสั่งสอนลูกสาวผมว่า อย่าเอาอย่างพ่อ เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่คาดคิด และหลายคนที่มีชื่อเสียงเขียนด่าลูกสาวผม มันเป็นเรื่องที่ผมไม่ได้ประเมินไว้ การเมืองมันค่อนข้างที่จะโหดร้ายพอสมควร” นายสมบัติเผย

นายสมบัติกล่าวว่า โดยธรรมชาติเมื่อสังคมเข้าสู่ความขัดแย้ง เลยช่วงพีกไปแล้วมันก็จะเกิดกระบวนการปรองดอง หลัง 53 มันพีคไปแล้วก็จะเกิดกระบวนการปรองดอง มาคุยกัน จะเกิดมรรคผลอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็ไม่เกิดผล

“ครั้งนี้ผมพอมีความหวังอยู่บ้าง ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดฝั่งรัฐบาลมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลจำนวนหนึ่ง รอบนี้ก็อาจจะทำให้ขบวนการนิรโทษ มีมรรคผลอย่บ้าง ซึ่งผมคิดว่าเรื่อง ม.112 เป็นเรื่องที่ท้าท้าย และจะกลายเป็นประเด็น ที่จะเกิดการอภิปรายกันในสังคมอีกครั้งหนึ่ง มาตราอื่น ผมคิดว่าไม่มีปัญหา” นายสมบัติเผย