‘ภูมิธรรม’ ย้ำวิกฤตเงินเฟ้อไม่เกี่ยวนโยบาย รบ. ชี้มาตรการคลัง-เงิน ต้องเดินควบคู่ อัดผู้ว่าการแบงก์ชาติต้องมองปัญหาทั้งระบบ ขู่ต้องรับผิดชอบหากเศรษฐกิจ ปท.ซ้ำรอยวิกฤตต้มยำกุ้ง
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เงินเฟ้อติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ที่ส่วนหนึ่งสาเหตุมาจากนโยบายของรัฐบาลใช่หรือไม่ว่า เมื่อวาน (5 ก.พ.) กระทรวงพาณิชย์ได้แถลงตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่อยากทำความเข้าใจว่ามาตรการที่รัฐบาลออกมาเป็นมาตรการในการควบคุมดูแลไม่ให้ร้านค้า หรือผู้ประกอบการไม่ให้เอากำไรมากเกินไป เพื่อให้หาจุดสมดุลร่วมกันได้ ซึ่งเหตุที่ทำประชาชนประสบวิกฤตภาวะเดือดร้อนมีปัญหาเรื่องค่าครองชีพ ก็เป็นเรื่องที่ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ ร่วมกัน โดยมีกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ทั้งหมดเกิดขึ้น เพราะเราทำงานเราดูแลประชาชนเป็นหลัก
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะเดียวกันเราทำงานในการเสริมให้ราคาสินค้าถูกควบคุมดูแลและสนับสนุนให้ผู้ผลิตต่างๆ มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นว่าเรามีการจัดการสินค้าเกษตรหลายรายการ โดยวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะมีการแถลงชี้แจงให้มีความชัดเจน ทั้งเรื่องยางพารา ข้าว ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง และข้าวโพด ที่มีการขึ้นราคา จะเห็นว่าเราจะใช้มาตรการเพื่อให้มีความสมดุลในหลายฝ่าย เพื่อดูแลทั้งผู้ประกอบการและเอกชน
นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า การบอกว่าการดำเนินการมาตรการของรัฐทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ต้องมาทบทวนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยการดำเนินการของรัฐในการเข้าไปดูแล ถ้าเกิดปัญหาจากเราจะเกิดไม่นาน และไม่ต่อเนื่อง แต่การเกิดปัญหาต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่ามันมีปัญหาที่ดำรงอยู่ คิดว่าในทางปฏิบัติรัฐบาลใช้มาตรการการคลังเกือบทุกเรื่อง และทุกกระทรวงได้ดำเนินการแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มันคือปัญหามาตรการทางการเงิน หากจะให้ปัญหาได้รับการแก้ไขเป็นอย่างดี ในประเทศอื่นมาตรการการเงินการคลังต้องควบคู่กัน จึงต้องถามว่าผู้ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลมาตรการทางการเงินได้ดำเนินการอะไรบ้าง มีการลดดอกเบี้ยหรือไม่
“ผมว่าตอนนี้ภาระหน้าที่อยู่ที่แบงก์ชาติและผู้ที่รับผิดชอบดูแลมาตรการทางการเงิน ซึ่งมันจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้ มันต้องทำทั้งสองเรื่องควบคู่กันถึงจะแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ถ้าดูเรื่องเดียวดูไม่หมด จะต้องดูทั้งสองเรื่อง เป็นสองขาประกอบกันถึงจะแก้ปัญหาได้ กระทรวงพาณิชย์เพียงสะท้อนตัวเลข แต่การวิเคราะห์ตัวเลขต้องมาพูดคุยกัน” นายภูมิธรรมกล่าว
เมื่อถามว่า จะมีการพูดคุยกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า อาจจะเป็นขั้นตอนต่อไป ถ้า ธปท.รู้สึกว่ามันมีประเด็นที่เราควรหารือกัน เรายินดีคุยได้อยู่แล้ว แต่ความคิดเห็นของเราในตอนนี้กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ปฏิบัติการ เรารู้ว่าถ้าไม่มีมาตรการการเงินช่วยในทุกเรื่อง เช่น ราคาสินค้า กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการลำบาก หน่วยงานที่รับผิดชอบอย่าง ธปท.ควรตระหนักในเรื่องนี้
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะนี้วิกฤตการณ์ไม่ใช่วิธีการทั่วไปธรรมดา แต่มีวิกฤตการการเงินเข้ามาแทรก เพราะเรื่องมาตรการการเงินเราเห็นหน่อที่จะเกิดและเห็นแนวที่จะมีปัญหา ฉะนั้น ตรงนี้ ธปท.ต้องดูให้ละเอียด อย่าดู หรือเพ่งเล็งเอาใจใส่เฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ต้องดูทั้งระบบถึงจะช่วยแก้ปัญหาได้
“วันนี้จะแก้ไขวิกฤตการณ์ของประเทศได้ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ถ้าฝ่ายหนึ่งจะทำ แต่อีกฝ่ายจะยืนค้านอยู่ ผมว่ามันไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมที่จะเกิดขึ้น และถ้ามันเป็นปัญหาอย่างที่เรากังวลและคาดหวังไว้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นมันคือความล้มเหลวในวิกฤตที่จะเกิดขึ้น
ถ้าดูก็จะเหมือนปัญหาวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 วิกฤตการณ์ตอนนั้น ธปท.ไม่เห็นอะไรเลย ทั้งที่ถ้าท่านดูรายละเอียดท่านก็จะเห็น ซึ่งอันนี้ก็เหมือนกัน มีนักเศรษฐศาสตร์มองว่าถ้ารัฐบาลไม่ขยับทำอะไรที่แข็งแรง และมีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ วิกฤตต่างๆ จะเกิดขึ้น
วันนี้รัฐบาลมองว่าหนึ่งคือดิจิทัลวอลเล็ตเป็นประเด็นสำคัญที่จะกระตุ้นกำลังซื้อทั้งหมดให้เกิดขึ้น และอีกหลายมาตรการของเราที่รออยู่ แต่หากมาตรการหลักไม่ขยับ ทำให้อีกหลายเรื่องเราทำไม่ได้ วันนี้รัฐบาลมาบริหารประเทศเกือบ 5 เดือนแล้ว อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีเงินดำเนินการ ไม่มีเงินลงทุน เพราะงบประมาณปี 2567จะสามารถใช้ได้ในเดือนพฤษภาคม แต่สิ่งที่เราไม่ได้นิ่งนอนใจคือเราทำงานเต็มที่
“อยากวิงวอนขอร้องผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ดูทั้งระบบ อย่าให้เป็นเรื่องติดใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะการมองแยกส่วน ไม่มองทั้งระบบก่อให้เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งปี’40 มาแล้ว วันนี้อยากฝากสิ่งที่สำคัญ ต้องไปถามผู้ดูแลการเงินของประเทศว่าคิดอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างนี้เห็นด้วย หรือมีปัญหามั้ย ถ้าคิดว่าไม่มีปัญหาเราก็ต้องดูอนาคตว่าใครประเมินได้ถูกทาง เพราะถ้าหากเกิดวิกฤตการเงินอย่างที่รัฐบาลบอก ผู้บริหารการเงินทั้งหลายที่ไม่อะเลิร์ต ไม่สามารถเข้ามาดูแล และยังไม่จัดการจะต้องรับผิดชอบ” นายภูมิธรรมกล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

