ยกเชียงใหม่โมเดลแก้ปัญหา PM2.5 นายกฯสั่งทุกหน่วยทำงานเชิงรุก ใช้ กม.เข้มข้น ลั่นผู้ว่าฯ-ขรก.ต้องรับผิดชอบ หากละเลย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (6 ก.พ.) เรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างจริงจังเข้มงวด ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ และมีการตั้งคณะกรรมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเพื่อความยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ มีการยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด รวมถึงการที่นายกฯ เดินทางลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ หลายครั้งโดยให้เชียงใหม่เป็นโมเดลการแก้ปัญหาฝุ่นละออง ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเดือน ม.ค. ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
แต่พื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะ กทม.และปริมณฑล ยังไม่ลดลงเท่าไหร่ นายกฯ จึงให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันทำงานเชิงรุก ใช้กลไกกฎหมายนำไปปรับใช้ให้มีมาตรการเข้มข้นเป็นรูปธรรม รวมถึงแนวทางการตัดความช่วยเหลือใดๆ จากภาครัฐ โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รณรงค์ให้เกษตรกรที่เผาเปลี่ยนมาใช้วิธีการฝังกลบแทน หากเกษตรกรรายใดยังฝืนเผาจะถูกตัดสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐทุกรูปแบบ ส่วนกรณีสินค้าเกษตรที่นำเข้าจากต่างประเทศ ให้กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ กำหนดลดหรือห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่พิสูจน์ได้ว่ามีกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการเผา ถ้าพิสูจน์ได้ให้ระงับการอนุญาตนำเข้า พร้อมกำหนดให้จับกุมบังคับใช้กฎกหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ให้มีการกำหนดเขตห้ามเผา ใครฝ่าฝืนให้ลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และต้องการมีการลงโทษปรับกรณีเผาให้รำคาญด้วย และให้กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดมาตรการสนับสนุนการรับซื้อตอซังข้าวโพด
โฆษกรัฐบาลกล่าวด้วยว่า นายกฯ ยังสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ดูแลพื้นที่ให้มีความเข้มงวดไม่ให้มีการเผา หรือลักลอบนำเข้าสินค้าที่เกิดจากการเผา หากผู้ว่าฯ และข้าราชการที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลยจะต้องรับผิดชอบ และอาจถูกลงโทษตามกฎหมายด้วย ทั้งนี้ ที่เชียงใหม่ถือเป็นต้นแบบที่ดีที่ผู้ว่าฯ บูรณาการทหารตำรวจแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งไม่ใช่แค่การห้ามเผา แต่ยังให้เครื่องมือช่วยสนับสนุนลดการเผาอีกด้วย จึงถือว่าใช้ จ.เชียงใหม่ เป็นโมเดลได้ ส่วนการทำงานเชิงรุกได้ให้กรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท. ช่วยกันประชาสัมพันธ์ว่ารัฐบาลจริงจังกับปัญหานี้มาก และให้กระทรวงเกษตรฯ แนะนำเกษตรกรเรื่องการไถกลบ ทั้งหมดนี้เพื่อบังคับให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนายกฯ ได้ขอให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ นำแนวทางทั้งหมดไปพิจารณาร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และทำให้เป็นมาตรการที่ชัดเจนเพื่อสนองตอบต่อ ครม.โดยด่วน

