เครือข่ายแรงงานฯ ลุยยื่น สำนักอัยการสูงสุด วอน ‘ถอนคำร้อง-สั่งไม่ฟ้อง’ 774 คดีม็อบ 63-67
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่อาคารรัชดาภิเษก สำนักงานอัยการสูงสุด เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ร่วมกับ เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน จัดกิจกรรม ‘ยืนข้างสิทธิประชาชน หยุดคดีในชั้นอัยการ’ เพื่อเรียกร้องให้ ‘ไม่ส่งฟ้อง’ คดีทางการเมืองที่ยังคงค้างอยู่ในชั้นอัยการ เป็นต้น
เมื่อเวลา 12.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายนักเคลื่อนไหวสังคมจำนวนมาก อาทิ น.ส.ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายแซม สาแมท, น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ และนางนภัสสร บุญรีย์ หรือ ป้านก พร้อมด้วยประชาชนสวมเสื้อสีฟ้า เขียนข้อความแคมเปญ ‘นิรโทษกรรมประชาชน’ รวมตัวกันบริเวณทางเข้าสำนักงานอัยการสูงสุด ชูป้ายนิรโทษกรรมนักโทษการเมือง และยืนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
เวลา 13.00 น. น.ส.ธนพร เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวแถลงการณ์ว่า จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่เริ่มการชุมนุมของ ‘เยาวชนปลดแอก’ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2567 มีประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากสถานการณ์ชุมนุม และการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไปแล้วอย่างน้อย 1,947 คน

“1,268 คดี ในจำนวนนี้ เป็นเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 286 ราย ใน 217 คดี สำหรับสถิติการดำเนินคดี แยกตามข้อกล่าวหาสำคัญ จากจำนวนคดี 1,268 คดีดังกล่าว มีจำนวน 494 คดี ที่สิ้นสุดไปแล้ว เท่ากับยังมีคดีอีกกว่า 774 คดีที่ยังดำเนินอยู่ในกระบวนการชั้นต่างๆ ซึ่งอยู่ในกระบวนการทำงานของพนักงานอัยการ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มบุคคลเพื่อรณรงค์สิทธิแรงงานสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย เห็นว่าการดำเนินคดีกว่า 774 คดีซึ่งยังไม่ถึงที่สุดนั้น ท่านในฐานะพนักงานอัยการ มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการดำเนินคดีและการรักษาความเป็นธรรม ทั้งนี้เนื่องจาก คดีการเมืองกว่า 774 คดีนั้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสมัยของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งสืบทอดอำนาจมาจากรัฐบาลเผด็จการ และเกิดจากมูลเหตุความเห็นที่แตกต่างทางการเมือง” น.ส.ธนพรชี้
น.ส.ธนพร กล่าวว่า การแสดงออกทางการเมืองและความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ใช่คดีที่เกิดจากความตั้งใจเป็นอาชญากร ต้องการก่อเหตุร้ายหรือความไม่ปลอดภัยขึ้นในสังคม ในขณะที่ปัจจุบันพรรคแกนนำรัฐบาลได้เปลี่ยนผ่านเป็นพรรคของประชาชน คดีความทางการเมืองซึ่งเกิดจากการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นจึงสมควรได้รับการแก้ไข ผ่านกระบวนการยุติธรรม คดี 428 คดี จาก 774 คดีนั้นเกิดขึ้นสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้มีการประกาศ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 โดยมีประชาชนออกมาชุมนุมจำนวนมาก เพราะการชุมนุมเป็นเพียงไม่กี่หนทางที่จะสื่อสารต่อผู้มีอำนาจปกครองบ้านเมือง
“ประชาชนถูกจำกัดเสรีภาพในการชุมนุม ณ ขณะนั้นและทำให้ถูกดำเนินคดีและถูกสลายการชุมนุม ต้องแบกรับภาระทางคดีต่อไปทำให้ต้องเสียทั้งเงินและเวลาในการต่อสู้คดี เช่นเดียวกับหน่วยงานของรัฐ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานอัยการ และศาลยุติธรรมที่ต้องเสียเวลาดำเนินคดีนับร้อยคดีโดยไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
การดำเนินคดีทางการเมืองนั้น ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสังคม สังคมไทยจะพัฒนาได้ก็ด้วยการเคารพความเห็นที่แตกต่างและหลากหลาย มิใช่การใช้อำนาจดำเนินคดีต่อประชาชนรวมถึงกรณีการดำเนินคดีต่อเยาวชนกว่า 286 คน ที่แสดงออกทางการเมืองนั้นไม่เป็นผลดีต่อเยาวชนและสังคมโดยรวม เพราะเด็กนั้นย่อมมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วม สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา และสิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง การดำเนินคดีต่อเยาวชน เพียงเพราะการแสดงออกทางการเมืองนั้น ยังขัดต่อหลักการประโยชน์สูงสุดของเด็ก และละเมิดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก” น.ส.ธนพรกล่าว
น.ส.ธนพรกล่าวว่า เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนเห็นว่า พนักงานอัยการเข้ามามีบทบาทอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเป็นการใช้อำนาจในเชิงบวกให้ความเป็นธรรมต่อประชาชน
“เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน จึงขอให้ท่านพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง ไม่ยื่นคำร้อง ไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกาถอนฟ้อง ถอนคำร้อง ถอนอุทธรณ์ และถอนฎีกา คดีซึ่งเกิดจากการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมือง ต่อคดีการเมือง 774 คดี ที่ยังไม่ถึงที่สุด” น.ส.ธนพรกล่าว

น.ส.ธนพร กล่าวว่า นอกจากการไม่ดำเนินคดีทางการเมืองจะทำให้หน่วยงานรัฐมีเวลาดูแลประชาชนได้เพิ่มมากขึ้น ยังมีบทบาทช่วยให้คลี่คลายความขัดแย้งในทางการเมือง ซึ่งดำรงอยู่มาอย่างยาวนาน การคืนความปกติให้แก่ประชาชนนั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนอย่างแท้จริงด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน” น.ส.ธนพรกล่าว
ต่อมา 13.10 น. เมื่อ น.ส.ธนพร กล่าวแถลงการณ์เสร็จสิ้น รอให้ตัวแทนสำนักงานอัยการสูงสุดออกมารับหนังสือแถลงการณ์ดังกล่าว แต่ไม่พบตัวแทนจากสำนักงานอัยการสูงสุดออกรับหนังสือ ตัวแทนประชาชน 2 คน ได้แก่ น.ส.ธนพร วิจันทร์ และนายเอกชัย หงส์กังวานเข้าไปในสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อเจราจา โดยใช้เวลาราว 5 นาที ก่อนที่จะเดินกลับออกมา
จากนั้น เวลา 13.15 นายฉกรรจ์ พานิชยิ่ง รองอธิบดีสำนักงานคดีอาญา เดินออกมารับหนังสือจากเครือข่ายนิรโทษกรรม และเครือข่ายแรงงานสิทธิประชาชน บริเวณทางเข้าสำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีการร่วมการถ่ายภาพรับหนังสือ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการส่งหนังสือต่อให้อัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องของเครือข่ายภาคประชาชนต่อไป
ต่อมาด้าน น.ส.ธนพร กล่าวว่า วันนี้ขอบคุณทางท่านรองอธิบดีสำนักงานคดีอาญา ที่เป็นตัวแทนในการออกมารับหนังสือ พวกเราไม่ได้มีอะไรมาก เพียงแค่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง จึงขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วย
ขณะที่ นายเอกชัย หงส์กังวาน กล่าวว่า อยากให้อัยการสูงสุดได้เห็นว่า คดีการเมืองที่อาจถูกมองว่าไร้สาระ ถ้ามีกระบวนการสามารถถอนฟ้องได้ จะเป็นเรื่องที่ดีมาก
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ตัวแทนกิจกรรมประกาศต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้ยังมีอีกหลากหลายกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อขับเคลื่อนนิรโทษกรรมประชาชน ได้แก่
กิจกรรมเดินรณรงค์นิรโทษกรรมประชาชน บริเวณรถไฟฟ้า BTS มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เวลา 15.00 – 17.00 น. ม.เกษตรศาสตร์ และ การเสวนาเสวนา “ความฝันสู่ความเป็นจริง“ นิรโทษกรรมประชาชน ที่ ณ อาคาร All Rise สำนักงานไอลอว์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เป็นต้น

