‘พีมูฟ’ ประกาศปักหลัก ‘ไม่มีกำหนด’ จี้ภูมิธรรมสั่งเปิดเจรจาขีดเส้น 13 ก.พ. ออกแถลงการณ์ฉบับ 5
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ เผยแพร่ แถลงการณ์ฉบับที่ 5 ความดังนี้
ตามที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ได้เรียกร้องให้เปิดประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิและคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กลุ่มชาติพันธุ์บ้านบางกลอย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกรณีเร่งด่วนที่สุดของพีมูฟที่ได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมากับกลุ่มบางกลอยคืนถิ่น นับตั้งแต่ชาวบางกลอยกลุ่มนี้ถูกกุมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จับกุมดำเนินคดีด้วยข้อหาหนักเมื่อปี 2564 และจนถึงวันนี้ชาวบ้านยังไร้ที่ทำกิน
จนกระทั่ง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และฐานะประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย ได้นัดหมายให้เกิดการประชุมครั้งแรกในสมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ในวันนี้ เวลา 10.00 น. ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งอาจเปิดทางสู่การแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากในระดับกระทรวงผู้รับผิดชอบอย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำกับดูแลกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นคู่ขัดแย้งกับชาวบ้านในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย พยายามลดความชอบธรรมในการกลับคืนถิ่นบ้านบางกลอยบน และกดขี่ ละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบางกลอยมาอย่างยาวนานนับแต่มีการประกาศอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเมื่อปี 2524
กระทั่งการบังคับอพยพด้วยการเปิดยุทธการตะนาวศรี ไล่รื้อ เผาบ้าน จนแกนนำคนสำคัญอย่างบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ต้องถูกอุ้มหายและเสียชีวิต มิหนำซ้ำชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ระลอกหลังในปี 2564 ร่วมกับพีมูฟและภาคีเซฟบางกลอยยังต้องเผชิญสถานการณ์ทางคดีที่มีต้นเหตุมาจากความไม่เข้าใจและลุแก่อำนาจของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอง
ทั้งนี้เราจึงจำเป็นต้องอาศัยอำนาจของฝ่ายการเมืองที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงดังกล่าว ซึ่งมติการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ นี้จะถูกเสนอไปถึงนายกรัฐมนตรีให้ลงนามรับรองออกมาเป็นคำสั่งให้หน่วยงานปฏิบัติ อย่างไรก็ตามในการประชุมวันนี้ เราจะจับตาและประเมินว่าคืบหน้าหรือล้มเหลวใน 2 ประเด็น ได้แก่
1. การแก้ไขปัญหาด้านคดีความของชาวบ้านทั้ง 28 คน ที่ถูกดำเนินคดีข้อหาหนักตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ, พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ และพระราชบัญญัติป่าไม้ คณะกรรมการอิสระฯ จะมีแนวทางแก้ปัญหาหรือเยียวยาความเดือดร้อนทางคดีความอย่างไร
2. การหาแนวทางให้กลุ่มบางกลอยคืนถิ่นสามารถกลับขึ้นไปทำกินในรูปแบบไร่หมุนเวียนที่บ้านบางกลอยบนได้ตามเจตจำนงเดิมของการต่อสู้ตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องตั้งคณะทำงานร่วม 3 ฝ่ายระหว่างกลุ่มบางกลอยคืนถิ่น, กรรมการอิสระ และกระทรวง ขึ้นมาดำเนินการหาแนวทาง โดยการแต่งตั้งคณะทำงานชุดนี้ล่าช้ามากว่า 10 เดือน และเรายังต้องจับตาสัดส่วนคณะทำงานว่ากระทรวงจะเล่นแง่ด้วยการให้สัดส่วนหน่วยงานมากกว่าชาวบ้านหรือไม่ หรือนำคู่ขัดแย้งกับชาวบ้านเข้ามาอยู่ในคณะทำงานหรือไม่ ซึ่งจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจและเจตนาของกระทรวงเองว่าตั้งใจแก้ปัญหาหรือจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้แก้ไม่ได้ไม่รู้จบ ขัดต่อนโยบายที่พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ไว้กระทรวงเร่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของพีมูฟ
ประเด็นต่อมา เรายืนยันจะยังปักหลักชุมนุมอย่างไม่มีกำหนดเพื่อติดตามความคืบหน้าตามข้อเรียกร้องที่เราได้ยื่นต่อรองนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย เมื่อวานนี้ ให้ดำเนินการโดย
1) สั่งการไปยังคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด โดยเปิดประชุมเจรจาหาแนวทางแก้ไขปัญหาภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567
2) สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เร่งรัดการดำเนินการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ภายใต้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562
3) สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เร่งรัดดำเนินการยกร่างระเบียบว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชนโดยเร่งด่วน
4) สั่งการให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เร่งรัดกำหนดวันประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนด ภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567
5) เร่งรัดให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทยจัดทำแนวทางและขั้นตอนการเข้าถึงการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้แก่ชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินของรัฐทุกประเภท ผลักดันให้เข้าสู่ที่ประชุมของคณะรัฐมนตรีและให้มีผลบังคับภายในวันที่ 31 มีนาคม 2567
6) ให้กราบเรียนนายกรัฐมนตรีเร่งรัดในการพิจารณาให้การรับรองร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง โดยเร่งด่วน
7) พิจารณาทบทวนปรับปรุงเนื้อหากฎหมายป่าไม้ 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติป่าชุมชน, พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฉบับ พ.ศ. 2562
8) ติดตามเรื่องขอให้ทบทวนคำสั่งแต่งตั้งประธานคณะกรรมการอำนวยความยุติธรรมเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
เรายืนยันว่าการติดตามทุกเรื่องของเราในการชุมนุมครั้งนี้ คือการติดตามเรื่องเดิมตั้งแต่การชุมนุมครั้งที่แล้วที่ยังไม่มีความชัดเจน และรัฐบาลดำเนินการไปอย่างล่าช้าประหนึ่งว่าไม่เห็นใจประชาชนที่กำลังเดือดร้อน ฉะนั้นพีมูฟจะไม่กลับบ้านจนกว่าจะบรรลุข้อเรียกร้องทั้งหมด เนื่องจากเราไม่อาจเชื่อใจได้ว่าท่านจะบิดพลิ้วข้อตกลงร่วมกับพีมูฟอีกหรือไม่ เราจะไม่กลับบ้าน จะปักหลักอยู่ที่นี่ และในสุดสัปดาห์นี้เราจะเร่งระดมมวลชนจากทุกพื้นที่ในฐานสมาชิกพีมูฟเข้าร่วมปักหลักชุมนุมอยู่ในตึก ก.พ.ร. เพื่อเตรียมยกระดับการเคลื่อนไหวต่อไป
พีมูฟทวงสิทธิ สร้างอำนาจกำหนดชีวิตประชาชน
9 กุมภาพันธ์ 2567




