ทนายด่างโพสต์ถามประธานศาลฎีกา จนท.หิ้วตัวหยก ทำตามกฎหมายหรือไม่
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ โพสต์ข้อความจากกรณีเจ้าหน้าที่ศาลหิ้วตัวหยกที่ทำกิจกรรมอยู่หน้าศาลไปดำเนินคดี ว่า จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (8 ก.พ.67) กรณีที่มีตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่ รปภ.ของศาลอาญากรุงเทพใต้กว่า 10 คน เข้าจับกุมตัวเยาวชนหญิงอายุ 15 ปี ที่บริเวณทางเท้านอกศาลอาญากรุงเทพใต้ตามที่เป็นข่าวนั้น
ผมมีข้อสงสัยถามประธานศาลฎีกาและอธิบดีศาลอาญากรุงเทพใต้ว่า
1.ศาลอาญากรุงเทพฯใต้มีอำนาจออกหมายจับเยาวชนหญิงอายุ 15 ปีคนนั้นตามกฎหมายหรือไม่
2.กระบวนการพิจารณาเพื่อออกหมายจับเยาวชนดังกล่าว มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีเด็กหรือเยาวชนหรือไม่ เยาวชนผู้ถูกหมายจับได้มีโอกาสพบปรึกษาหารือกับผู้ไว้วางใจ ที่ปรึกษากฎหมาย มีการสอบถามต่อหน้าอัยการหรือสหวิชาชีพหรือไม่ เยาวชนต้องเผชิญหน้ากับตำรวจศาลคู่กรณีหรือไม่
3.การจับกุมและการควบคุมตัวเยาวชนเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองเด็กและกฎหมายวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนหรือไม่
เมื่อจับกุมแล้วมีการตรวจสอบการจับตามที่กฎหมายบังคับไว้หรือไม่
4.การจับและควบคุมตัวเยาวชนหญิงมีความจำเป็นต้องใช้ตำรวจและ รปภ.ที่เป็นผู้ชายหรือไม่ มีความเหมาะสมและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
แล้วทำไมต้องให้ตำรวจศาลที่เป็นคู่กรณีการทะเลาะวิวาทในคดีที่เกิดขึ้นก่อนหน้ามาเป็นผู้จับกุมเยาวชนด้วย มันมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร
5.ที่สำคัญที่สุดการจับกุมเยาวชนหญิงครั้งนี้ เป็นไปตามบังคับของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการอุ้มหายทรมานและการทำให้สาบสูญหรือไม่อย่างไร
ถ้าไม่เป็นไปตามกฎหมายที่ว่านี้ใครต้องรับผิดชอบบ้าง
เพราะกฎหมายดังกล่าวบัญญัติขั้นตอนการจับกุมผู้ต้องหาหรือบุคคลตามหมายจับไว้อย่างชัดเจน เช่น การต้องบันทึกภาพขณะจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ต้องแสดงตน แสดงบัตรประจำตัว หรือเมื่อจับกุมแล้วต้องแจ้งพนักงานอัยการหรือฝ่ายปกครอง เป็นต้น ซึ่งการจับกุมครั้งนี้มีการปฏิบัติตามกฎหมายที่ว่านี้หรือไม่
ทั้งหมดที่ผมถามมานี้ผมเห็นว่าท่านต้องตอบให้ชัดเจน เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของเรา
ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะมันท้าทายต่อศรัทธาที่ประชาชน มีต่อศาลยุติธรรมของเรา ซึ่งเป็นของพวกเราทั้งหมด ไม่ใช่ของท่าน หรือของผู้มีอำนาจเท่านั้น
แม้ว่าเรื่องนี้จะโชคดีที่จบได้โดยไม่มีเยาวชนคนใดต้องเสียเลือดเนื้อเสียอิสรภาพอีก ซึ่งมันก็เป็นเพราะผู้พิพากษาที่มาภายหลังได้ช่วยแก้ไขเหตุการณ์อย่างละมุนละม่อมและมีเมตตา เพื่อให้เยาวชนได้ผ่านเหตุการณ์อันตรายนี้ไปได้
แต่อย่าลืมว่าโชคดีของศาลยุติธรรมที่มีเมตตาเช่นนี้ มันมีโอกาสไม่มาก
ท่านสมควรชี้แจงให้กระจ่าง
ถ้าผิดก็แก้ไข

