รัฐบาล หนุน ผู้ประกอบการ ใช้สิทธิประโยชน์เอฟทีเอ ต่อยอดตลาดส่งออก-เปิดตลาดใหม่ เผย ส่งออกม.ค.-พ.ย. 66 พุ่ง 75,842.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง มีแนวทางการทำงานให้ส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าสำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับทุกความตกลงให้เต็มความสามารถ รวมทั้งอำนวยความสะดวกการค้าทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพิ่มศักยภาพในการส่งออก ขยายโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุน สร้างแต้มต่อให้แก่ผู้ส่งออกของไทย
โดยข้อมูลกรมการค้าต่างประเทศ ในด้านภาพรวมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าฯช่วงเดือนม.ค.-พ.ย.2566 พบว่ามีมูลค่าส่งออกสินค้ารวม 75,842.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 82.66% ของการส่งออกสินค้าที่ไทยได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้เอฟทีเอ สูงสุดเป็นอันดับ 1 คิดเป็นมูลค่า 27,584.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าส่งออกได้แก่ ยานยนต์สำหรับขนส่งของที่น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 5 ตัน น้ำตาลจากอ้อย น้ำมันปิโตรเลียมและน้ำมันจากแร่บิทูมินัส รถยนต์สำหรับขนส่งบุคคล และเครื่องจักรอัตโนมัติ
นายชัย กล่าวว่า การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าสำหรับการส่งออกฯเป็นอันดับที่ 2 ได้แก่ ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน – จีน (ACFTA) ไทยได้ใช้สิทธิประโยชน์ คิดเป็นมูลค่า 22,059.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเน้นเป็นสินค้าจำพวกทุเรียนสด ผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ มันสำปะหลัง สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง และโพลิเมอร์ของเอทิลีน นอกจากนั้นใช้สิทธิประโยชน์ในความตกลงฉบับอื่น ๆ เช่น การใช้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย – ญี่ปุ่น (JTEPA) คิดเป็นมูลค่า 6,344.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสินค้าเนื้อไก่และเครื่องในไก่ปรุงแต่ง นอกจากนี้ ยังมีการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ ความตกลงการค้าเสรีไทย – ออสเตรเลีย (TAFTA) คิดเป็นมูลค่า 5,802.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าสำคัญที่ ได้แก่ รถยนต์และยานยนต์ที่มีเครื่องดีเซลหรือกึ่งดีเซล รวมถึงการใช้สิทธิประโยชน์จาก ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – อินเดีย (AIFTA) คิดเป็นมูลค่า 4,987.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าที่สำคัญ ได้แก่ ลวดทองแดง เป็นต้น
“นายกฯ ต้องการส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้เอฟทีของไทย ที่ได้ทำไว้กับประเทศหรือภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการค้าและการส่งออกของไทยอย่างสูงสุด ใช้ประโยชน์ให้เต็มศักยภาพ รวมถึงเอฟทีเอ ที่เพิ่งลงนามไปในรัฐบาลนี้ด้วย เชื่อมั่นว่ารัฐบาลนี้จะเพิ่มการลงนามในความตกลง เปิดตลาดการค้าใหม่ เพื่อขยายสิทธิประโยชน์ในการส่งออกของผู้ค้าไทย และเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทยอย่างแน่นอน”

