หน้าแรก การเมือง ถก กก.ศึกษาซื...

ถก กก.ศึกษาซื้อเรือดำน้ำ รอบสอง 14 ก.พ. ผบ.ทร.วอนยึดประโยชน์ชาติ ก่อนเสนอ ครม.

12.02.24 | 12:29 น.

ผบ.ทร.เผยถก คณะกรรมการศึกษาซื้อเรือดำน้ำ รอบสอง 14 ก.พ. วอนทุกฝ่ายนำผลประโยชน์-ศักดิ์ศรีประเทศเป็นตัวตั้ง ร่วมหาทางออกที่เห็นพ้องต้องกัน ก่อนเสนอ ครม.

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่แผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าแก้ปัญหาเรือดำน้ำ หลังมีการประชุมคณะกรรมการศึกษาซื้อเรือดำน้ำครั้งแรกว่า ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด คณะกรรมการท่านใดมีข้อเท็จจริงทั้งหมด และจะมีประชุมอีกครั้งในวันที่ 14 ก.พ. เพื่อให้ใครที่ยังมีข้อสงสัยในเรื่องใดได้ซักถามและขอให้เสนอความเห็นว่าเรือดำน้ำควรเดินหน้าในทิศทางใดเพื่อเสนอ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม นำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

เมื่อถามว่า หนทางแก้ปัญหาเรือดำน้ำมีทิศทางอื่นหรือไม่ เช่น เป็นเรือติดเครื่องยนต์จีน หรือเรือดำน้ำชาติอื่น พล.ร.อ.อะดุงกล่าวว่า เปิดกว้างทุกหนทาง สุดแต่คณะกรรมการเสนอมา ซึ่งทุกหนทางเราจะมาคุยกันมีข้อดีข้อเสีย และข้อเสนอนั้นเป็นไปได้หรือไม่ แต่ 3 ข้อ รมว.กลาโหมได้ให้นโยบายไว้และจะเป็นปัจจัยกำหนดว่าเราจะเดินหน้าเรือดำน้ำอย่างไร คือให้ถามกองทัพเรือก่อนว่าอยากเดินหน้าอย่างไร และดูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตลอดจนถึงหนทางที่เลือกเป็นไปได้จริงหรือไม่

เมื่อถามว่า ความต้องการของกองทัพเรือต้องการเรือดำน้ำติดเครื่องยนต์จีนหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารเรือกล่าวว่า ความต้องการกองทัพเรือคือสิ่งที่ตนสานต่อนโยบายผู้บังคับบัญชาและความฝันทหาาเรือไทย รวมถึงยุทธศาสตร์กองทัพเรือที่กำหนดไว้ว่าควรจะต้องมี แต่หากคณะกรรมการมีทางออกอื่นที่ดีกว่า เราน้อมรับรวมถึงน้อมรับการตัดสินของ ครม.ว่าเรื่องนี้ควรออกมาทิศทางใด

เมื่อถามทางในคณะกรรมการมีฝ่ายการเมือง 3 คน หากความเห็นแตกต่างกันจะหาข้อสรุปอย่างไร ผู้บัญชาการทหารเรือกล่าวว่า การแก้ปัญหาอยากให้เป็นไปแนวทางการเห็นพ้องต้องกัน จะเป็นการหาทางออกที่ดีที่สุด ในการประชุมกองทัพเรือจะพยายามชี้ให้เห็น ถ้าข้อตกลงเห็นพ้องต้องกันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะเสนอรัฐบาล

Advertisement

เมื่อถามว่า ได้คุยกับ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือไม่ พล.ร.อ.อะดุงกล่าวว่า ท่านมาครั้งแรก เรายินดีในคำถามของท่าน เราก็ตอบไป ท่านก็ตอบรับด้วยดี หวังว่าวันที่ 14 ก.พ.ทุกท่านจะนำผลประโยชน์ของประเทศมาเป็นตัวตั้ง ศักดิ์ศรีของประเทศมาวางไว้ตรงกลาง

เมื่อถามว่า หากเดินหน้าเรือดำน้ำจีนต่อ ต้องใช้เวลา 4 ปี ได้เตรียมรับมือการดูแลพื้นที่ทางทะเลอย่างไร พล.ร.อ.อะดุงกล่าวว่า ตอนนี้เราเน้นเรือผิวน้ำ ส่วนเรือดำน้ำใช้เมื่อมีความขัดแย้ง วันปกติแค่ป้องปราม วันนี้เรือดำน้ำยังไม่มา ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังไม่แสดงตัวชัดเจน กองทัพเรือยังรับมือไหวกับการป้องกันอธิปไตย การแสดงกำลัง การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลและการช่วยเหลือประชาชน เรายังปฏิบัติได้สมบูรณ์แบบ

ผบ.ทร.กล่าวว่า ส่วนเรือฟริเกต ซึ่งเป็นเรือผิวน้ำอยู่ในแผนการจัดซื้อ คาดว่าใช้เวลาต่อเรือ 3 ปี จะมาเป็นเขี้ยวเล็บให้กองทัพเรือไทย และขอยืนยันจะทำหน้าที่รักษา เทิดทูนสถาบัน อธิปไตยทางทะเล รวมถึงผลประโยชน์ของชาติทางทะเลไม่ให้ใครเอาไปได้ และช่วยเหลือประชาชนให้ดีที่สุด