ทักษิณได้พักโทษ อยู่กลุ่มเจ็บป่วย เกิน 70 ปี ไม่ต้องติดกำไล EM คุมประพฤติไปหาที่บ้าน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ว่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้เสนอเรื่องการพักโทษ ที่ผ่านการพิจารณาร่วมกันของคณะกรรมการมาที่กระทรวงยุติธรรมแล้วรายชื่อการพักโทษมีทั้งหมด 945 คน คณะอนุกรรมการพักโทษได้อนุมัติทั้งสิ้น 930 คน และมีส่วนหนึ่งที่ไม่อนุมัติ ทั้งนี้ การพักโทษอยู่ในกฎหมายราชทัณฑ์ มาตรา 52 การจะพิจารณาบุคคลที่จะได้รับการพักโทษ จะต้องเข้าเงื่อนไขติดคุกมาแล้ว 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 หากระยะเวลาอันไหนมากกว่ากันให้ใช้เกณฑ์อันนั้น แต่โทษต้องเหลือไม่เกิน 10 ปี โดยการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย ที่แต่ละเดือนการพักโทษจะเฉลี่ยประมาณเท่านี้ ก่อนหน้านี้มีการเสนอมา 1,000 คน คณะอนุกรรมการพักโทษ อนุมัติประมาณ 930 คนเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การพักโทษในครั้งนี้มีชื่อของนายทักษิณด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ในรายงานการประชุมมีชื่อของนายทักษิณด้วย โดยคณะอนุกรรมการพักโทษเห็นชอบตามที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์เสนอ เนื่องจากเกณฑ์ของนายทักษิณ อยู่ในกลุ่มเจ็บป่วยร้ายแรงหรือพิการ หรืออายุ 70 ปีขึ้นไป เริ่มมาตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบันมีอยู่จำนวน 2,240 คน
เมื่อถามว่า นายทักษิณจะได้พักโทษวันไหน พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ต้องโทษ 1 ปี ถ้า 1 ใน 3 คือ 4 เดือน แต่กรณีของนายทักษิณ พอครบ 6 เดือนก็เป็นอัตโนมัติที่จะได้รับการพักโทษ ส่วนจะได้รับโทษวันใดนั้น ต้องไปไล่วันดู แต่เราไม่มีวันหยุดอะไร ถ้าได้รับครบเกณฑ์ก็เป็นสิทธิของผู้พักโทษ ทางราชทัณฑ์ก็จะมีการประสานกัน
รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า อยากจะเรียนว่าเป็นเรื่องปกติ ตนได้ตรวจสอบว่าโครงการการพักโทษ กรณีเจ็บป่วยร้ายแรง พิการ หรืออายุ 70 ปี เริ่มมาตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบันมีอยู่จำนวน 2,240 คน ซึ่งนอกจากการพักโทษแล้ว ยังมีการยกเลิกการพักโทษ เนื่องจากว่าในช่วงที่ผ่านมาต้องมีการปฏิบัติตามเกณฑ์ที่อนุกรรมการกำหนด
นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า ตามหลักเกณฑ์นายทักษิณไม่จำเป็นต้องใส่กำไลอีเอ็ม เมื่อมีการแจ้งพักโทษอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่คุมประพฤติจะดูในรายละเอียด หลังจากนั้น 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการพักโทษจะต้องรายตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ หากรายใดป่วยไม่สามารถมาพบได้ เจ้าพนักงานคุมประพฤติก็จะไปพบยังถิ่นพำนักที่ผู้อุปการะแจ้งไว้ในแบบคำร้อง จากนั้นก็จะแจ้งถึงกระบวนการพักโทษ เงื่อนไขการคุมความประพฤติ
รายงานข่าวระบุว่า สำหรับการเข้าพบผู้ได้รับการพักโทษกรณีมีเหตุพิเศษฯ โดยเฉพาะบุคคลนั้น เป็นผู้เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง หรือเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ ทางอธิบดีกรมคุมประพฤติจะมีการมอบหมายให้มีผู้บริหารระดับสูงเข้าพบพร้อมๆ กับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติด้วย และกระบวนการแจ้งเงื่อนไขการพักโทษต่างๆ จะเป็นไปตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการคุมความประพฤติ พ.ศ.2560 สำหรับการติดหรือไม่ติดกำไล EM นั้น จะเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการพักการลงโทษที่จะเป็นผู้พิจารณา
กรณี นายทักษิณ ถือว่าเป็นผู้ได้รับการพักโทษกรณีมีเหตุพิเศษฯ เนื่องจากสูงอายุ มีอายุ 74 ปี และเจ็บป่วย ดังนั้น ตามหลักเกณฑ์ที่ผ่านมา คณะกรรมการมักจะไม่ให้ได้รับการติดกำไล EM เพราะต้องคำนึงถึงปัญหาเรื่องสุขภาพและอัตราความเสี่ยงน้อยที่จะไปก่อเหตุกระทำผิดซ้ำได้
ส่วนเรื่องเงื่อนไขพิเศษสำหรับกรณีที่นายทักษิณเป็นผู้ต้องขังจากคดีทุจริตคอร์รัปชั่น เจ้าหน้าที่คุมประพฤติจะมีการสืบเสาะข้อมูลมาอย่างครบถ้วนแล้ว และประเมินว่าหากได้รับการพักโทษ มีผู้อุปการะคือใคร บุคคลที่อุปการะหรือในภาษาปากอาจเรียกว่า “ผู้ค้ำประกัน” มีอาชีพหรือมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งอย่างไรบ้าง และนายทักษิณเมื่อได้รับการพักโทษจะมีอาชีพอะไร ไปพักโทษยังสถานที่ใด มีเงินสำหรับดำรงชีพหรือไม่
และให้ความช่วยเหลือตัวเองได้หรือไม่ ซึ่งถ้าข้อเท็จจริงที่ได้จากการสืบเสาะข้อมูลพบว่าไม่มีความสะดวกเพียงพอในด้านใดก็ตาม เจ้าหน้าที่คุมประพฤติก็ประเมินได้ว่าอาจไปก่อเหตุซ้ำได้ หรือทุจริตคอร์รัปชั่นได้ นี่เป็นหลักพื้นฐานสำหรับการสืบเสาะข้อเท็จจริง เมื่อนายทักษิณได้รับการพักโทษครบ 6 เดือนเรียบร้อยแล้ว ก็จะพ้นโทษในช่วงเดือน ส.ค.67
ทั้งนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว ได้ออกมาระบุว่า ได้เตรียมบ้านจันทร์ส่องหล้า เป็นที่พักของนายทักษิณ พักอาศัยในช่วงที่ถูกคุมประพฤติ พักการลงโทษ

