หน้าแรก การเมือง วีระจวก คสช. ...

วีระจวก คสช. หยุดโทษคนอื่น ยอมรับความจริง แก้คอร์รัปชั่นไม่ได้

27.01.17 | 11:39 น.
(แฟ้มภาพ)

วันนี้ (27 มกราคม) นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กเรียกร้องให้ รัฐบาล คสช. และ ป.ป.ช. ยอมรับว่าล้มเหลวในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยระบุว่า รัฐบาล คสช.บริหารประเทศมาเกือบ 3 ปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน การที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ได้ประเมินให้ดัชนีความโปร่งใสของไทยตกต่ำ ความจริงที่ต้องยอมรับคือมีการทุจริตเกิดขึ้นอย่างมากมาย แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส และหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงก็ทำงานไร้ประสิทธิภาพ ถูกครอบงำจากอำนาจรัฐ ไม่ใช่องค์กรอิสระ(จริง)ตามรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต


และว่า “หยุดโยนความผิดให้คนอื่น และไม่ต้องไปโทษว่าองค์กรเพื่อความโปร่งใสใช้เกณฑ์ประชาธิปไตยมาประเมิน ขอให้ดูผลดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของไทยตั้งแต่ปี 2538-2558 เรียบเรียงโดยมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสประเทศไทย จะเห็นได้ชัดว่า ไม่ว่าประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าผลการประเมินพบว่าในปีนั้นประเทศไทยไม่มีความโปร่งใส คะแนนที่จะถูกประเมินก็จะได้น้อยตามความไม่โปร่งใสนั่นเอง ดัชนีชี้วัดว่าคะแนนต่ำ หมายความถึงมีคอร์รัปชั่นมาก ถ้าดัชนีชี้ว่าได้คะแนนสูงขึ้น หมายถึงมีการคอร์รัปชั่นลดลง ขอให้ดูตารางการเรียบเรียงของมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสประเทศไทย พบว่าในปี 2555 ในสมัยรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไทยได้คะแนน 37 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 88 จากจำนวน 176 ประเทศทั่วโลก ต่อมาในปี 2556 ซึ่งยังเป็นรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ไทยถูกประเมินให้คะแนนตกลงเหลือเพียง 35 คะแนน มีอันดับที่ 102 จากจำนวน 177 ประเทศ (ใกล้เคียงกับขณะนี้เลย) ในปี 2556 เมื่อถูกประเมินให้คะแนนความโปร่งใสลดลงอย่างมากเช่นนี้ ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ออกมาโยนความผิดให้รัฐบาลอภิสิทธิ์หรือไม่? และ ป.ป.ช.ในสมัยนั้นได้ออกมาพูดว่า TI ใช้เกณฑ์ประชาธิปไตยมาประเมินหรือไม่? อย่างไร? (ท่านใดที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ช่วยนำมาแลกเปลี่ยนกันด้วยครับ ผมไม่มีข้อมูล เนื่องด้วยขณะนั้นยังอยู่ในกัมพูชา)”

นายวีระระบุอีกว่า “ชัดเจนไหมครับ สมัยรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ เพียงปีเดียวไทยถูกประเมินแตกต่างกันมาก เนื่องมาจากมีความไม่โปร่งใสมากขึ้น สมัยรัฐบาลของยิ่งลักษณ์เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ถ้ามีการคอร์รัปชั่นสูง ไม่มีความโปร่งใส เราก็ถูกประเมินจากความเป็นจริง คงเหมือนกับรัฐบาล คสช.ในปัจจุบัน ในปี 2557 ที่ คสช.เข้ามายึดอำนาจทำรัฐประหาร ไทยได้คะแนนความโปร่งใส 38 คะแนน อยู่ในอันดับ 85 จากจำนวน 175 ประเทศ ในปี 2558 ไทยได้คะแนนเท่าเดิม 38 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 76 จากจำนวน 168 ประเทศ และในปีที่แล้ว ปี 2559 ไทยได้คะแนนเพียง 35 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 101 จากจำนวน 176 ประเทศ รัฐบาล คสช.และ ป.ป.ช.ไม่ต้องไปโยนความผิดให้คนอื่น ยอมรับความจริงเสียเถอะ แล้วทำการแก้ไขจะดีกว่า ถ้าอยากให้ไทยได้คะแนนความโปร่งใสมากขึ้น รัฐบาลและ ป.ป.ช.ต้องใช้ความจริงจังและความจริงใจในการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่น ไม่ใช่ดีแต่พูด แล้วจ้องจับผิดเอาเป็นเอาตายเฉพาะกับฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น ต้องเอาจริงกับทุกคนทุกเรื่องที่มีการคอร์รัปชั่น ไม่ใช่คนใกล้ตัวและพวกพ้องของผู้มีอำนาจในรัฐบาลไปทำผิดเสียเองก็จะทำเป็นมองไม่เห็น บอกเป็นเรื่องส่วนตัว แล้วไม่มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ถ้ายังทำกันอย่างนี้ต่อไป รับรองได้ อันดับดัชนีความโปร่งใสของไทยในปี 2560 คงจะได้คะแนนลดลงอีกอย่างแน่นอน”