หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล อัดปิ...

ก้าวไกล อัดปิดปากสื่อ ข้ามขั้นออกหมาย ภูมิธรรมลุกสวน อย่าด่วนสรุป คดีเกิดก่อนรบ.นี้

15.02.24 | 14:33 น.

ก้าวไกล อัดปิดปากสื่อ ข้ามขั้นออกหมาย  “ภูมิธรรม” ลุกสวน อย่ารีบจินตนาการด่วนสรุป ออกหมายจับสื่อฯทำข่าวพ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว เผย ตร.มีหลักฐานชัดร่วมสนับสนุน  

เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพานรอง ประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ถาม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรณีการจับกุมผู้สื่อข่าวประชาไท และช่างภาพของเพจสเปซ บาร์ (Space Bar) ทั้งนี้ นายเศรษฐา มอบหมายให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบกระทู้แทน

น.ส.ภคมน กล่าวว่า การออกหมายจับผู้สื่อข่าวประชาไท และช่างภาพของเพจสเปซ บาร์ ข้อหาร่วมสนับสนุนกับผู้กระทำความผิดทางอาญา พ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว ถือเป็นการข้ามขั้นตอน ส่งหมายจับโดยไม่ส่งหมายเรียกมาก่อน เข้าใจว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลที่แล้ว แต่การข้ามขั้นตอนแบบนี้ไม่แน่ใจว่า รัฐบาลนี้ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร และจะมีแนวทางในการแก้ปัญหาในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร โดยเฉพาะกับคดีฟ้องปิดปากแบบนี้ เพราะหากตอบไม่ได้ก็จะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ต้องตั้งคำถามว่า นี่คือการส่งสัญญาณเตือนสื่อมวลชน เพื่อสร้างความหวาดกลัวต่อการทำหน้าที่หรือไม่ ตำรวจควรให้ความเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน และไม่ควรสร้างข้อจำกัดให้เกิดความหวาดวิตกในการเสนอข่าวต่อสาธารณะ

ด้าน นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ขณะนี้กระบวบการยุติธรรมกำลังทำงาน อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า รัฐบาลปิดปาก ลองดูกระบวนการยุติธรรมก่อน หากชัดเจนแล้วว่า ไม่มีหลักฐานอะไรแล้วคุกคาม ตนคิดว่ารัฐบาลนี้ก็ไม่ปล่อยให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกคุกคาม หากด่วนสรุปไปตนคิดว่า ทุกวันนี้อะไรที่ใช้กฎหมายในการทำงานต้องคำนึงถึงหัวใจของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงต้องคำนึงถึงหัวใจของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานต่างๆ ซึ่งอาจจะมีผิดบ้าง ถูกบ้าง ก็ว่ากันไปเป็นรายๆ อย่าเหมารวมว่าเป็นระบบ

ตนอยากยืนยันคือในโซเชียลมีเดีย นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกท่านต่างก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ มากกว่านั้นถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกเฟกนิวส์ โดยบางครั้งเป็นไปในลักษณะคุกคาม แต่รัฐบาลไม่เคยมอบหมายใครให้ไปฟ้องคนเหล่านั้น ตนเชื่อมั่นในเสรีภาพในการพูด และมั่นใจว่าความหลากหลายของเนื้อหาเหล่านี้ท้ายที่สุดจะถูกคัดกรองด้วยตัวของมันเองจากวุฒิภาวะของสังคม และจากประชาชนที่มีจิตใจเที่ยงธรรมที่จะได้มองว่า กระบวนการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร เป็นความผิดแบบไหน ใครควรที่จะรับผิดชอบ

Advertisement

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า กรณีสื่อมวลชน 2 ราย รัฐบาลเสียใจที่เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่หมายจับออกมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566 ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามา ดังนั้น กระบวนการจับกุมไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่รัฐบาลเข้าไปก้าวก่าย ท่านควรดูอย่างรอบค้าน ทำใจให้เป็นธรรม ท่านคงไม่สบายใจที่จะให้รัฐบาลไปล้วงลูกทุกคดีที่เกิดขึ้น ปล่อยให้กระบวนการทำไปแล้วถ้ามีปัญหาก็ค่อยแก้ไข วันนี้สื่อมวลชนทั้ง 2 คนได้รับการประกันตัว ขอให้รอดูว่า ถูกหรือผิด ถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ แล้วค่อยมาดูว่า จะแก้ไขปัญหาร่วมกัน

“ถามจริงๆท่านสบายใจหรือ ที่หัวหน้า หรืออดีตหัวหน้าของท่านไปสัมพันธ์กับผู้ก่อคดีคุกคามขบวนเสด็จอยู่ โบราณว่ารักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี จู่ๆ เรื่องนี้มาโทษรัฐบาล ผมว่าฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างมีเหตุผล แทนที่จะไปพูดถึงบุคคลที่ได้ดำเนินการถูกผิดแล้วเข้าสู่กระบวนการอย่างเคร่งครัด”

นายภูมิธรรม กล่าวด้วยกว่า  อย่างไรก็ตาม ท่านเรียกร้องให้เคร่งครัด เวลานี้กระบวนการยุติธรรมก็เคร่งครัด เมื่อวานนี้ ท่านกำลังเรียกร้องให้เคร่งครัดอยู่ดีๆ วันนี้ท่านก็มาบอกว่า รัฐบาลกำลังใช้อำนาจคุกคาม ท่านคงไม่สบายใจ หากมีใครมากล่าวหาท่านว่าอยู่เบื้องหลังต่างๆ ผมขอให้ท่านใจเย็นๆอยากให้ช่วยคิด ช่วยดู ทุกอย่างว่าตามเหตุผล กฎหมาย กระบวนการกฎหมายทั้งกรณีพ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว บีบแตรขบวนเสด็จ กำลังดำเนินการ แต่พยายามทำอย่างนุ่มนวล จนหลายคนบอกว่าเ จ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทำงานอย่างเคร่งครัด อยากให้ดูให้ครบถ้วน อย่าเพิ่งด่วนสรุป สร้างวาทกรรม ยืนยันรัฐบาลคุ้มครองสิทธิเสรีภาพทุกคน” นายภูมิธรรม กล่าว

“อย่ากังวล อย่าหมกมุ่น อย่าจินตนาการว่ารัฐบาลใหม่เข้ามาทำแบบนั้นแบบนี้ เรายึดตามรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิเสรีภาพและคุ้มครองสื่อมวลชน และรัฐบาลส่งเสริมให้สื่อตรวจสอบกันเอง ตนไม่อยากให้เอาเรื่องในอดีตมาปลุกปั่นเป็นประเด็นในขณะนี้ ถ้าถึงที่สุดหลักฐานไม่เพียงพอค่อยมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่เขายืนยันว่ามีหลักฐานครบถ้วน จึงขอให้กระบวนการดำเนินการไปก่อน”