หน้าแรก การเมือง ฝ่ายค้าน-ส.ส....

ฝ่ายค้าน-ส.ส.ใต้ รุมค้านรายงานแลนด์บริดจ์ ‘พิธา’ ซัดไม่ชัดคุ้มหรือไม่ ก่อนสภาโหวตเห็นชอบ

15.02.24 | 17:36 น.

ฝ่ายค้าน-ส.ส.ภาคใต้ รุมค้านโครงการแลนด์บริดจ์ “พิธา” ซัดไม่มีคำตอบชัดเจน การลงทุนมีความคุ้มค่าหรือไม่ ด้าน ‘ศิริกัญญา’ อัดรายงานของกมธ.ฯกำลังรับรองความผิดพลาด สุดท้ายที่ประชุมเห็นชอบรายงานชุดนี้

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เวลา 12.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม เข้าสู่วาระการพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติเรื่องการศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ตามที่ กมธ.วิสามัญฯ พิจารณาศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ที่มี นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว โดย ส.ส.หลายคนอภิปรายแสดงความคิดเห็น

โดยเฉพาะฝ่ายค้านและ ส.ส.ภาคใต้ อภิปรายคัดค้านเนื้อหาในรายงานของ กมธ.ที่ไม่มีความชัดเจนในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องความคุ้มทุนของโครงการ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่สามารถตอบคำถามได้ เรื่องการประหยัดระยะเวลา ค่าใช้จ่ายในเส้นทางเดินเรือ พร้อมแสดงความเป็นห่วงเรื่องพื้นที่ป่าไม้และวิถีชีวิตคนในพื้นที่ต้องสูญเสียไปจำนวนมาก และไม่สามารถรับรายงานฉบับนี้ได้ อาทิ

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า รายงานฉบับนี้พูดแต่ผลดี แต่ไม่พูดถึงผลเสีย มีคำถามมากมายที่สำนักนโยบายและแผนการขนส่ง (สนข.) ตอบไม่ได้ เช่น ผลกระทบต่อการถมทะเล ป่าต้นน้ำหายไป ไม่ใช่ไม่อยากพัฒนาภาคใต้ แต่เคยถามคนภาคใต้หรือไม่อยากได้อะไร รายงานฉบับนี้ประชุมแค่ 10 ครั้ง เป็นการมัดมือชก มีข้อบกพร่องมากมาย ไม่มีส่วนร่วมจากประชาชน เป็นการพัฒนาท่ามกลางความเดือดร้อนประชาชน วิถีชีวิตชาวบ้านที่ต้องสูญเสียวิถีทำกินไม่ใช่เรื่องเล็ก

ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า การลงทุนโครงการนี้เป็นของเอกชน 100% หรือไม่ มีทางเลือกอื่นหรือไม่ หากเอกชนไม่ให้ความสนใจ และใช้หลักอะไรกับการให้สัมปทานโครงการ 50 ปี แม้โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อภาคใต้ แต่สิ่งที่ต้องตระหนักมี 4 ข้อคือ 1.ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 2.ค่าตอบแทนเวนคืนต้องเป็นธรรม 3.การจัดการไฟฟ้า แหล่งน้ำในพื้นที่พาดผ่าน จะจัดการอย่างไรไม่ให้กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ และ 4.การอ้างข้อมูลการจ้างงานในพื้นที่จะหลอกชาวบ้านหรือไม่ สิ่งที่ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นโครงการ คือข้อมูลหน่วยงานรัฐมีความสมบูรณ์แบบ 100% หรือไม่ ขอให้ กมธ.ทบทวน ฟังความเห็นต่างของ ส.ส.ด้วย

Advertisement

ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า รายงานฉบับนี้ที่ระบุว่า อาจช่วยลดเวลาและระยะทางขนส่ง ก็เกิดคำถามที่ไม่มีคำตอบมากมาย ดังนั้น รัฐบาลต้องตอบคำถามสำคัญ 3 ข้อคือ 1.ไม่มีออปชั่นอื่นที่ดีกว่านี้แล้วใช่ไหม นอกเหนือจากการดำเนินโครงการนี้ และเม็ดเงิน 1 ล้านล้านบาท ที่จะใช้ในโครงการยกระดับความสามารถการแข่งขันอะไรของประเทศได้บ้าง 2.จะจัดการความเสี่ยงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างไร พื้นที่ดำเนินการโครงการเป็นพื้นที่มรดกโลก 6 แห่ง เต็มไปด้วยศักยภาพทั้งทางบก ทางน้ำ ต้องเวนคืนพื้นที่หลายหมื่นไร่ สูญเสียพื้นที่ประมง ป่าไม้ พื้นที่ปลูกทุเรียนและผลไม้มากมายคือต้นทุนที่ต้องจ่าย และ 3.โครงการนี้ต้องวางสมดุลและแสดงวิสัยทัศน์ชัดเจนเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน เป็น 3 คำถามสำคัญสุดที่ยังไม่มีคำตอบในรายงานฉบับนี้ ถ้ารัฐบาลเลือกโครงการแลนด์บริดจ์ หวังจะแชร์ส่วนแบ่งการเดินเรือในภูมิภาค

นายพิธากล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องตอบคำถามให้ได้ชัดเจนใน 3 องค์ประกอบคือ เส้นทางดำเนินโครงการต้อง 1.เร็วกว่า 2.สะดวกกว่า และ 3.ถูกกว่า แต่เนื้อหาในรายงานแค่บอกว่าอาจจะลดเวลา ไม่สามารถอนุมานได้ว่าจะเร็วกว่า หรือการขนส่งที่ต้องใช้ทั้งทางเรือ ทางราง ทางรถ จะสะดวกในการขนส่งสินค้าหรือไม่ ส่วนเรื่องถูกกว่ายังไม่มีคำตอบในรายงาน ต้องรอรายละเอียด ดังนั้น ถ้ารัฐบาลตอบคำถามไม่ได้ ตนก็ไม่สามารถรับรายงานฉบับนี้ได้

ส่วน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ตนเป็นอดีต กมธ. เหตุผลที่ลาออกเป็นเพราะไม่สามารถให้ความเห็นกับตัวรายงานฉบับนี้ได้ ซึ่งแทนจะไม่มีการแก้ไขอะไรเลยจากวันที่ตนได้ลาออกมา ทั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดที่ กมธ.ส่วนใหญ่ที่มาจากฝั่งรัฐบาลมีธงมาจากบ้านแล้วว่าเราควรจะทำโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นมติ ครม.หรือนโยบายที่กลายเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลไปแล้ว แม้จะไม่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก็ตาม แต่สิ่งที่เราจำเป็นที่จะต้องกังวลใจ ต้องดูว่าสิ่งที่เราศึกษามานั้นรอบคอบ ถูกต้องหรือไม่ และที่ผ่านมาตนถามในห้อง กมธ.หลายรอบก็ไม่ได้รับคำตอบจาก สนข.ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเดินเรือ การคำนวณการเติบโตของท่าเรือ ซึ่งตนยังไม่รู้ว่าจะเชื่อรายงานของ สนข.ได้หรือไม่ และรายงานฉบับนี้ที่อ้างอิงรายงาน สนข.ไปเต็มๆ แบบนี้ เราจะยังเชื่ออะไรอยู่หรือไม่ รวมทั้งการประเมินความคุ้มค่า ที่บอกว่าความคุ้มค่าทางการเงินสามารถคุ้มทุนได้ภายใน 24 ปี โดยที่มีผลตอบแทนทางการเงินอยู่ที่ 8.62% จริงหรือไม่

“รายงานฉบับนี้กำลังรับรองความผิดพลาดอะไรอยู่ ดิฉันกังวลมากจริงๆ ท่านอาจจะไม่อายแต่ดิฉันอายเวลาที่นายกฯต้องออกไปพูดกับต่างชาติเรื่องโครงการนี้โดยที่เนื้อในเป็นแบบนี้ จริงๆ แล้วดิฉันไม่ได้ทำเพราะเป็นฝ่ายค้านแล้วต้องค้านทุกเรื่อง แต่เรายังต้องรักษาภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของนายกฯไว้บ้าง และดิฉันไม่ได้มีปัญหาต่อการพัฒนาภาคใต้ และยินดีพร้อมใจถ้าจะมีการรื้อรายงานของ สนข.และรื้อรายงานของ กมธ.ใหม่อีกครั้ง และสามารถศึกษาใหม่ มีแนวทางใหม่ขึ้นมาและคุ้มค่า ดิฉันก็ยินดีที่จะสนับสนุนโครงการใหม่นั้น” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

จากนั้นเวลา 17.00 น. หลังสมาชิกใช้เวลาอภิปรายแสดงความคิดเห็นนานเป็นเวลา 4 ชั่วโมง 15 นาที ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงาน 269 เสียง ไม่เห็นด้วย 147 เสียง งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 1 คะแนน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบกับรายงานฉบับนี้