หน้าแรก การเมือง เรืองไกรร้อง ...

เรืองไกรร้อง ป.ป.ช.สอบบินไทย งัดหลักฐานซื้อเครื่องปี 53-65 รวม 90 ลำ กว่า 4.5 แสนล้าน

27.01.17 | 13:54 น.

“เรืองไกร” ร้อง ป.ป.ช. สอบสินบนการบินไทย งัดหลักฐานซื้อเครื่องบินปี 53-65 รวม 90 ลำ วงเงิน 4.5 แสนล้าน เชื่อซ้ำรอยสินบนโรลส์-รอยซ์


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 มกราคม 2560 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินที่มีการทุจริตในการจัดซื้อ เช่าเครื่องบินและเครื่องยนต์ต่อเนื่องจากกรณีที่ศาลต่างประเทศได้พบการทุจริตแล้วนั้น ซึ่งเชื่อว่าการจัดซื้อและเช่าเครื่องบินในปัจจุบันจะมีการทุจริตอย่างมโหฬารตามมาด้วย เพราะในความเป็นจริงยังมีการจัดซื้อหรือเช่าเครื่องบินและเครื่องยนต์ตามมาอีกจำนวนมากและมีมูลค่ามหาศาล ดังนั้น จึงน่าเชื่อได้ว่ายังมีกระบวนการทุจริตที่ยังไม่ได้ทำการตรวจสอบอยู่อีกมาก โดยมีข้อมูลปรากฏในเอกสารราชการคือ 1.ในหนังสือด่วนมากที่ คสช (ศก) 130 ลงวันที่ 6 มิ.ย.2557 ระบุว่า ครม.มีมติเมื่อปี 2554 เห็นชอบโครงการจัดหาเครื่องบิน ปี 2554-2565 จำนวน 75 ลำ วงเงิน 457,127 ล้านบาท โดยแบ่งการจัดหาเป็น 2 ช่วง คือช่วง 2554-2560 จำนวน 37 ลำ และช่วงปี 2561-2565 จำนวน 38 ลำ และ 2.ในหนังสือด่วนมากที่ คค (ปคร) 0804.4/114 ลงวันที่ 27 เม.ย. 2554 เรื่องการขอทบทวนมติ ครม.ในโครงการจัดหาเครื่องบินปี 2553-2557 ของบริษัทการบินไทย (มหาชน) ระบุว่ามีมติ ครม.ในปี 2553 อนุมัติให้การบินไทยดำเนินโครงการจัดหาเครื่องบินปี 2553-2557 จำนวน 15 ลำ วงเงิน 35,484 ล้านบาท ประกอบด้วยเครื่องบินภูมิภาค 7 ลำ และเครื่องบินข้ามทวีป 8 ลำ

นายเรืองไกรกล่าวว่า จากเอกสารข้างต้นจะเห็นว่ามีการจัดซื้อหรือเช่าเครื่องบินและอุปกรณ์รวมจำนวน 90 ลำ วงเงินลงทุน 492,611 ล้านบาท หากกระบวนการจัดซื้อหรือเช่ามีการจ่ายเงินในลักษณะเดียวกับกรณีที่ศาลต่างประเทศได้ตัดสินไปแล้ว กรณีการทุจริตในการซื้อเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ Trent 800 นั้นก็น่าเชื่อได้ว่าอาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้น การตรวจสอบเรื่องนี้จึงน่าจะขอความร่วมมือมายัง ป.ป.ช. หรือองค์การตรวจสอบทุจริตในต่างประเทศให้ตรวจสอบเอกสารการเงินการบัญชีในต่างประเทศว่ามีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่และบุคคลของไทยในลักษณะที่เป็นการติดสินบนหรือไม่ และเกี่ยวข้องกับใครบ้าง จึงอยากให้ ป.ป.ช.ร้องขอให้ ป.ป.ช.ต่างประเทศหรือองค์การตรวจสอบทุจริตในต่างประเทศดำเนินการ